แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by finel on Mon 21 Sep 2009 - 20:42

อันนี้เอาของเค้ามาอีกทีค่ะ เห็นว่าเป็นข้อมูลที่น่าสนใจดี

"เริ่มลงตีพิมพ์รายสัปดาห์"
ผลงานเรื่องแรกของอ.ชูโฮ ที่เริ่มลงตีพิมพ์รายสัปดาห์ก็คือ Umizaru ซึ่งตอนนั้นเขาได้รับค่าต้นฉบับจำนวน 10,000 เยนต่อหน้า โดยเขามีกำหนดการเขียนก็คือ 20 หน้าต่อสัปดาห์ ทำให้เขาจะได้รับเงิน 800,000 เยนต่อเดือนหากเขียนตอนละสัปดาห์

โดยแจกแจงเป็นรายได้รายจ่ายดังนี้
- ค่าต้นฉบับ 1 หน้าอยู่ที่ 10,000 เยนต่อหน้า
- เขียน 80 หน้าต่อเดือน (รายสัปดาห์ ครั้งละ 20 หน้า) ได้เงิน 800,000 เยน
- เสียภาษีต่อเดือน 80,000 เยน (10%)
- ค่าใช้จ่ายสำหรับทีมงาน 3 คน 470,000 เยน
- ค่าใช้อาหารสำหรับทีมงาน 100,000 เยน
- ค่าอุปกรณ์สำหรับงานเขียน 100,000 เยน
- ค่าเช่าสตูดิโอ 70,000 เยน
- ค่าน้ำมันและรายจ่ายอื่นๆ 50,000 เยน
- ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันอื่นๆ รวมแล้วติดลบต่อเดือน 200,000 เยน

ในสัปดาห์หนึ่งเขาจำเป็นต้องทำงานถึง 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะใช้สตูดิโอเป็นบ้านที่พักอาศัยด้วย โดยก่อนที่จะเริ่มเขียนการ์ตูนลงตีพิมพ์นั้นเขามีเงินเก็บอยู่ราวๆ 2,000,000 เยน แต่ว่ากว่าฉบับรวมเล่ม เล่มแรกออกวางจำหน่ายเงินเก็บของเขาก็เหลือเพียงแค่ 70,000 เยนเท่านั้น
แน่นอนว่ามันเป็นไปได้เหมือนกันที่เขาจะขอยืมเงินจากฝ่ายกองบรรณาธิการ แต่ว่าเขาไม่อยากจะทำอย่างนั้น เพราะไม่งั้นมันจะกลายเป็นว่าเขาต้องเขียนการ์ตูนเพื่อใช้หนี้กองบรรณาธิการไปซะอย่างงั้น ซึ่งทางกองบรรณาธิการมักจะบอกกับเขาหลายครั้งว่า ตอนที่ฉบับรวมเล่มออกวางขาย ปัญหาเรื่องเงินของเขาจะหมดไป และเขาจะได้เงินคืน แต่ว่ามันก็ไม่ได้มีการทำเป็นสัญญาอะไรออกมาว่าทางสนพ.จะรวมเล่มการ์ตูนออกมา
มีในหลายๆ ครั้งที่การ์ตูนฮิตหลายๆ เรื่องถูกสั่งให้ตัดจบหลังจากมีการเปลี่ยนหัวหน้าบก.ที่ต้องการเปลี่ยนทิศทางของนิตยสาร และก็มีหลายๆ เคสที่การ์ตูนที่นักเขียนเขียนแล้วได้รับปฎิเสธให้ตีพิมพ์ลงในนิตยสารทั้งที่เขียนเสร็จแล้ว ซึ่งในกรณีนี้ทางสนพ.ก็จะจ่ายให้กับเฉพาะหน้าที่เขียนเสร็จแล้วเท่านั้น
ซึ่งในกรณีนี้ อ.ซาโต้ ชูโฮ เป็นคนเดียวเท่านั้นที่ทำสัญญากับทางสนพ.โชกาคุคัง ซึ่งเป็นการระบุเลยว่าเขาจะได้รับค่าต้นฉบับเท่าไหร่ และการ์ตูนของเขานั้นจะตีพิมพ์ยาวเท่าไหร่ ซึ่งอ.ซาโต้ยังบอกด้วยว่าเขาอาจจะเป็นนักเขียนการ์ตูนคนแรกเลยก็ได้ที่ได้ทำสัญญา และแจกแจงทุกอย่างอย่างชัดเจนขนาดนี้

ย้อนกลับมาพูดถึงการ์ตูนอย่าง Umizaru หลังจากลงตีพิมพ์มาได้ 6 เดือนและพบปัญหาเรื่องการเงิน อ.ซาโต้ได้รวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อที่จะเจรจาขอขึ้นค่าต้นฉบับ ที่ต้องบอกว่าต้องใช้ความกล้าอย่างมากที่จะขอขึ้นค่าต้นฉบับก็เพราะว่า ทุกอย่างจะจบลงอย่างแน่นอนถ้ากองบก.ตอบกลับมาว่า "เราไม่ต้องการงานของอ.อีกแล้ว" (หมายถึงตัดจบ) ซึ่งสุดท้ายแล้วคำร้องขอขึ้นค่าต้นฉบับนี้ก็เป็นหมัน และกองบก.ก็ไม่ได้สั่งให้ตัดจบหรือว่าทำอะไรทั้งสิ้น
แต่ว่าด้วยสถานการณ์อันแสนดุเดือดในปัจจุบันนั้นแตกต่างกับ 10 ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง สภาพตลาดไม่ได้ดีเหมือนสมัยก่อน หลายๆ สำนักพิมพ์กดค่าต้นฉบับสำหรับนักเขียนการ์ตูนหน้าใหม่ลงเหลือเพียง 1,000 เยนต่อหน้าก็ยังมี
ในขณะที่ยอดขายแมกกาซีนก็เข้าขั้นสุดวิกฤต เพราะว่าหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์นั้นจะขาดทุนถึง 20 ล้านเยนต่อฉบับที่ออกจำหน่ายในแต่ละสัปดาห์ และการที่นิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์นั้นต้องวางจำหน่ายประมาณ 50 ฉบับต่อปี ทำให้ในแต่ละปีทางสนพ.ต้องขาดทุนถึง 1 พันล้านเยนต่อไป ซึ่งรายได้ที่จะได้คืนมาก็มีแต่การขายฉบับรวมเล่มเท่านั้น
แน่นอนว่าในนิตยสารบางเล่มสามารถเอาตัวรอดอยู่ได้ด้วยกำไรจากการขายแมกกาซีน แต่ว่ามากกว่าร้อยละ 90% ของนิตยสารการ์ตูนที่ออกวางจำหน่ายนั้นล้วนแล้วแต่ขาดทุนทั้งนั้น ด้วยเหตุผลเช่นนี้อ.ซาโต้จึงมองว่ารูปแบบธุรกิจแบบนี้นั้นใช้ไม่ได้เสียแล้ว และเขาก็เตรียมพร้อมเอาไว้แล้วยามที่รูปแบบของนิตยสารที่ต้องตีพิมพ์นี้หมดลง

"ยามเมื่อหลายปีที่ผ่านมา"

ค่าต้นฉบับของ Shin Blackjack ni Yoroshiku อยู่ที่หน้าละ 35,000 เยน
ค่าต้นฉบับของ Tokkou no shima อยู่ที่หน้าละ 25,000 เยน

สำหรับการ์ตูน 4 ช่องจบนั้น จะได้รับเงิน 10,000 - 20,000 เยน ต่อชุด (บางคนก็จะได้เงินน้อยกว่านั้น) จำนวนหน้าที่จะได้ลงในแมกกาซีนก็น้อย และต้องใส่ไอเดียลงให้จบใน 4 ช่อง ซึ่งเมื่อเทียบกับการ์ตูนเป็นเรื่องๆ ที่ใช้ไอเดียเดียวแต่สามารถเขียนลากได้ยาวถึง 3-4 ตอนก็ค่อนข้างจะเสียเปรียบ แต่ว่ากลับไปได้เปรียบตรงที่การ์ตูน 4 ช่องจบนั้นสามารถเขียนด้วยตัวคนเดียวได้ ในขณะที่การ์ตูนแบบยาวนั้นต้องใช้ผู้ช่วยในการเขียนซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเสี่ยงกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น

ยังมีในกรณีที่มีคนแต่งเรื่องทำงานคู่กับนักเขียนการ์ตูน คนแต่งเรื่องก็จะได้รับเงินค่าแต่งเรื่องเท่ากับที่จ่ายให้กับนักเขียน แต่ว่าถ้านักเขียนที่ทั้งแต่งเรื่องและเขียนรูปเอง กลับไม่ได้รับค่าเรื่องเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด อ.ชูโฮ เคยถามว่าเป็นไปได้ไหมว่าเขาจะแบ่งตัวออก 2 คน โดยให้ "ซาโต้" เป็นคนแต่งเรื่อง และคนเขียนรูปเป็น "ชูโฮ" จะทำให้ได้รับค่าต้นฉบับเป็นสองเท่า ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ กลับกันถ้ามองในมุมของกองบก.แล้ว ก็จะบอกว่าเงินที่จ่ายให้กับคนแต่งเรื่องนั้นถือเป็นโบนัสจากทางสนพ. จริงๆ แล้วพวกเขาไม่ได้อยากจะจ่ายเงินนั้นเลยด้วยซ้ำ

ในเรื่องของค่าลิขสิทธิ์ของผู้แต่ง 10% จากการ์ตูนรวมเล่มที่ออกวางจำหน่าย ตัวเลขนี้จะไม่เปลี่ยนเมื่อเทียบกับจำนวนยอดขาย ดังนั้นถ้ามองในมุมนี้แล้วสนพ.ก็จะได้รับเงินมากขึ้นต่อเล่มถ้าหนังสือเล่มนั้นๆ ขายดี ซึ่งอ.ซาโต้ พยายามที่จะขอค่าลิขสิทธิ์มากขึ้นเมื่อหนังสือของเขาขายดี แต่ว่ากลับถูกปฏิเสธ (ก็แหงซิ) โดยทางสนพ.ให้เหตุผลว่าตัวนักเขียนคนจะพอใจกับอัตราค่าลิขสิทธิ์ 10% เพราะว่าตัวนักเขียนไม่ต้องมากังวลกับสต๊อกหนังสือที่เหลืออยู่

การคิดคำนวนค่าลิขสิทธิ์ 10% จากจำนวนที่หนังสือขายเป็นเรื่องการคิดง่ายๆ เช่นหนังสือ 500 เยน ผู้แต่งจะได้รับ 50 เยนต่อเล่ม และค่าลิขสิทธิ์ที่ได้ไม่ได้มาจากการนับตรงที่หนังสือจำหน่ายไปได้เท่าไหร่ แต่ว่านับจากหนังสือที่พิมพ์ขึ้นมาจริงๆ ในกรณีของการพิมพ์ซ้ำนั้นจะมีรายละเอียดเพิ่มขึ้นอีก แต่ว่าค่อนข้างจะซับซ้อนเหมือนกัน
แต่ว่าไม่ว่าหนังสือจะขายไปได้เท่าไหร่ ผู้แต่งก็จะได้รับเงินเพียงแค่ 50 เยนต่อเล่ม ในทางกลับกันสนพ.ก็จะได้กำไรมากขึ้นหากขายหนังสือได้มาก เพราะว่าค่าการผลิตต่อเล่มหรือว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆ จะลดลง เมื่อพวกเขาผลิตในจำนวนมากขึ้น

ปัจจุบันอ.ชูโฮเขียนการ์ตูนราวๆ 450 หน้าต่อไป สามารถทำเงินได้ราวๆ 16 ล้านเยนต่อปี ซึ่งในการเขียน Shin Blackjack ni Yoroshiku นั้นเขาต้องใช้เงินประมาณ 150,000 เยนต่อตอน ทำให้เขามีค่าใช้จ่าย 18 ล้านเยนต่อปีจากการจ้างผู้ช่วยทั้งหมด 6 คน เมื่อหักลบกลบหนี้แล้วปรากฏว่าแทบจะไม่เหลืออะไร และยิ่งเมื่อรวมกับค่าวัตถุดิบในการวาดรูป,การหาข้อมูล และค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วก็เรียกได้ว่าเงินไม่พอใช้เลยทีเดียว
อ.ชูโฮ ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะว่าเขาวาดช้าเกินไป หรือว่าใช้ผู้ช่วยมากเกินไปหรือเปล่า แต่ก็รู้สึกด้วยตัวเองว่าจำนวนเงิน 18 ล้านเยนนี้คือค่าใช้จ่ายต่ำสุดเท่าที่เขาจะจ่ายผู้ช่วยและจะทำให้เขาสามารถใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติได้ สำหรับผู้ช่วยของเขาทีมีรายได้แค่ 3 ล้านเยนต่อปีนั้น ต้องบอกว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกันที่ทำงานเป็นพนักงานบริษัท
ในกรณีของผู้ช่วยนี้อ.ซาโต้บอกว่ามีหลายครั้งที่นักเขียนจ่ายเงินผู้ช่วยต่ำกว่าความเป็นจริง และยังบังคับให้ผู้ช่วยทำงานเกินเวลา ตัวเขาเองก็เคยมีประสบการณ์ในการเป็นผู้ช่วยนักเขียนการ์ตูนมาก่อน โดยค่าจ้างที่ถูกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้รับมาก็คือประมาณ 120 เยนต่อชั่วโมง
สำหรับในการเขียนการ์ตูนอย่าง Umizaru นั้นเขามีผู้ช่วยเพียงแค่ 3 คน และก็ไม่สามาถจ่ายโบนัสได้ และสิ่งที่ทำให้เขาสามารถเขียนการ์ตูนลงรายสัปดาห์ได้อย่างต่อเนื่องมีเพียงแค่วิธีการแลกเลือด ทิ้งชีวิตส่วนตัวของตัวเองทิ้งไป ซึ่งเป็นเวลากว่า 2 ปีครึ่งที่เขาไม่ได้พัก และใช้ชีวิตอยู่กับการเขียนการ์ตูนอย่างเดียว เพราะว่าฉากหลังกว่าครึ่งในการ์ตูนนั้นเขาต้องเป็นคนเขียนเองทั้งหมด

สำหรับการ์ตูนเรื่อง Blackjack ni yoroshiku และ Shin Blackjack ni yoroshiku นั้นสามารถขายรวมกันได้มากกว่า 10 ล้านเล่ม แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังได้ 50 เยนต่อเล่ม แม้ว่าผลรวมจะดูเป็นจำนวนมหาศาล แต่ว่ากว่าครึ่งก็ต้องเสียไปกับภาษี และก็ต้องใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในสตูดิโอซึ่งมีรูปแบบการทำงานไม่ต่างกับบริษัท
สำหรับสตูดิโอของอ.ชูโฮะนั้น ทีมงาน (ที่ไม่ใช่ผู้ช่วย) นั้นจะได้รับการจ่ายเงิน 100% แม้ว่าการ์ตูนจะหยุดเขียนทั้งปี และการหยุดเขียนนี้ก็เป็นความรับผิดชอบของตัวอ.ชูโฮเองไม่ใช่ความผิดของตัวผู้ช่วย
ในฐานะเจ้าของสตูดิโอ เขาจ่ายเงินตัวเขาเองอยู่ที่ "700,000 เยน" ต่อเดิน ซึ่งอ.ชูโฮ บอกว่าคิดเป็นเงินเดือนประมาณ 2 ใน 3 ของบก.จากสนพใหญ่ๆ

สำหรับค่าการพิมพ์หนังสือ 1 เล่มอ.ซาโต้แกะรอยจนได้ราคาว่าอยู่ที่ประมาณเล่มละ 150 เยนหลังจากรวมค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้กับนักเขียนแล้ว

โดยหนังสือหนึ่งเล่มขายอยู่ที่ 515 เยน
มีจำนวนพิมพ์อยู่ที่ 50,291 เล่ม
รายได้จากการขายอยู่ที่ 17,352,910 เยน

ค่ากระดาษ 1,725,210 เยน
ค่าเพลท 12,800 เยน
ค่าตัวเรียงพิมพ์ 1,100 เยน
ค่าจัดรูป 28,700 เยน
ค่าพิมพ์ 853,705 เยน
ค่าเข้าเล่ม 1,081,256 เยน
ค่าดำเนินการและวัตถุดิบอื่นๆ 201,629 เยน
ค่าธรรมเนียม 8,000 เยน
ค่าลิขสิทธิ์ 2,584,837 เยน
ค่าแรงงาน 989,682
รวมทั้งสิ้น 7,486,919 เยน

เฉลี่ยแล้ว 150.30 เยนต่อเล่ม

ซึ่งค่าใช้จ่ายดังกล่าวนี้จะเปลี่ยนไปตามจำนวนการพิมพ์ อย่างที่คำนวนนี้เป็น 50,000 เยน แต่ว่าถ้าหากพิมพ์เป็น 100,000 เล่มแล้ว ทั้งค่าเพลท,ค่าตัวเรียงพิมพ์,ค่าจัดรูป และค่าธรรมเนียมนั้นจะยังคงเท่าเดิม ส่วนค่าแรงงานนั้นก็คงไม่แตกต่างกันมากนัก ดังนั้นหากคำนวนค่าการพิมพ์จำนวน 100,000 เล่ม ตามปัจจัยดังกล่าวแล้วค่าการผลิตก็จะเหลือ 12,490,016 เยน หรือว่า 125 เยนต่อเล่มเท่านั้น

สรุปก็คือพิมพ์ 50,000 เล่ม ค่าใช้จ่ายต่อเล่มอยู่ที่ 150 เยน
ถ้าพิมพ์ 100,000 เล่ม ค่าใช้จ่ายต่อเล่มอยู่ที่ 125 เยน

กำไรที่สนพ.จะได้จากหนังสือแต่ละเล่มนั้นจะขึ้นอยู่กับจำนวนการพิมพ์ในรอบแรก แต่ว่ากำไรพิเศษนอกเหลือจากนั้นจะตรงเข้าหาสนพ.ทั้งหมด แต่นักเขียนก็จะยังคงได้ตามมาตรฐานเดิมแต่ละเล่ม
แน่นอนว่าการที่ Blackjack ni yoroshiku ขายได้ 1 ล้านเล่มต่อเล่ม ทางสนพ.จะได้กำไรมากกว่าปกติถึง 50 ล้านเยนจากความแตกต่างในค่าการผลิตเมื่อเทียบกับการพิมพ์จำนวน 50,000 เล่ม ซึ่งจากการออกวางจำหน่ายมาแล้ว 13 เล่ม ทางสนพ.จะได้กำไรไปแล้ว 600 ล้านเยน แต่อ.ชูโฮก็ไม่ได้รับเงินอะไรจากตรงนั้นเลยแม้แต่น้อย (ซึ่งผมก็ว่าเป็นเรื่องปกติของสนพ.นะ ถ้ามองในมุมมองของสนพ.) แม้ว่าอ.ซาโต้จะขอขึ้นค่าลิขสิทธิ์แต่ค่าลิขสิทธิ์ก็ยังคงเป็น 10% จนถึงทุกวันนี้ไม่มีทางเปลี่ยนได้

อ.ซาโต้เคยลองพยายามหาทางที่จะพิมพ์หนังสือด้วยตัวเอง แต่ว่าเขาพบว่าถ้าเขาพิมพ์หนังสือแค่ 1000 เล่ม ต้องใช้เงินมากถึง 1200 เยนต่อเล่ม ถ้าเขาพิมพ์ 100,000 เล่ม ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสามารถขายหนังสือได้ถึง 100,000 เล่ม เพราะว่าร้านหนังสือคงไม่ยอมวางหนังสือของเขาทั้งหมดแน่ๆ นอกจากนี้เขาก็ไม่มีความสามารถทางด้านการทำธุรกิจ รวมถึงไม่มีเงินจ้างคนมาทำให้แทนด้วย และแน่นอนว่าเขาไม่มีเงินที่จะไปลงโฆษณาที่ไหนด้วย
และต่อให้มีร้านหนังสือที่อยากจะขายหนังสือของเขา เขาก็มีปัญหาเรื่องการจัดจำหน่าย เพราะว่าเขาคงไม่สามารถขับรถบรรทุกออกไปทั่วญี่ปุ่นเพื่อวางหนังสือให้ทั่วได้
เมื่อคิดว่าไม่สามารถทำได้อย่างที่บอกไปข้างต้นแล้ว มันก็หมายความว่าเขาจำเป็นจะต้องฟังทุกอย่างที่สนพ.บอกมาอย่างนั้นหรือ จะดีกว่าไหมว่าถ้าจะเลิกเขียนการ์ตูนมันไปซะเลย?

ความสัมพันธ์ระหว่างนักเขียนและสนพ.นั้น นักเขียนก็เหมือนกับผู้รับเหมา ไม่มีทางที่จะเท่าเทียมกันเด็ดขาด

**เครดิต http://www.cartoon.co.th/news/read_news.asp?id=3631&cid=2
-------------------------------------------------------------------------------------------
-u-'' เห็นภาษีแล้วหนาวอ่ะ ลองอ่านใน บาคุแมนแล้วก็คิดว่าวงการนี้แข่งขันกันสุดๆ มีประมาณว่าผลโหวตต่ำก็ตัดจบโลด
อีกอย่าง ทำให้รู้ว่าโรงพิมพ์บ้านเรากับบ้านเค้านี่ ราคาคนละเรื่องเลยค่ะ
2-3 วันนี้มานี้ได้ไปถามราคาโรงพิมพ์มา ลองเทียบราคาทุนต่อเล่มในการพิมพ์โดจิน
ญี่ปุ่นเล่มละราวๆ 1** ขึ้นถ้าไม่พิมพ์ถึง 1,000 เล่มก็จะได้ส่วนลดมาตามปริมาณ(ปกติเค้าพิมพ์เป็นหมื่นเล่มอ่ะนะคงจะไม่เกิน
เล่มละร้อย)
ของไทยน่าจะอยู่ที่ 5*-1** ในไทยยอดขายโดจินยังไงก็ไม่เกิน 500 เล่ม (น้อยจริงๆ)
avatar
finel
Lucky Star
Lucky Star


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by prim_15505 on Mon 21 Sep 2009 - 20:54

โหยยย...ได้ตังค์มาคุ้มทีเดียว ได้ปุ๊บจ่ายหมดปั๊บ... เหมือนกับว่าไม่ได้เงินแสนซะอย่างงั้น
ก็นะ...ค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นมันแพงซะอย่างเงี้ย-3-
avatar
prim_15505
InW
InW

birth : 19/05/1991
Placement : บ้านปริศนาใกล้ๆต้นไม้โลก

http://prim15505.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by By~ne on Mon 21 Sep 2009 - 21:01

โห...ที่นั่นการแข่งขันเค้าสูงมากจริงๆนะเนี่ย

ค่าครองชีพก็ด้วย

ขอขอบพระคุณพี่ฟินอย่างมากๆเลยครับที่มาแบ่งความรู้ให้แก่กันแบบนี้ =v=\
avatar
By~ne
InW
InW

birth : 02/05/1995
Placement : ในสภาสูง

http://by-neowo.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by Happiiloo_alfie on Tue 22 Sep 2009 - 6:13

ไม่รักจริง เป็นไม่ได้นะ้ััีเนี่ย

ขอบคุนที่แบ่งปันความรู้ครับ
avatar
Happiiloo_alfie
Shooting Star
Shooting Star

birth : 18/03/1989
Placement : ดินแดนแห่งพันธสัญญา

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by totaekuman on Tue 22 Sep 2009 - 7:01

หลักๆก็ค่าครองชีพของเขามันสูงนั้นแหละ ติดอันดับของโลกเลย
ค่าครองชีพมันคนล่ะเรื่องกับของไทย คือมันดีอย่างเสียอย่างน่ะ
ลองเอารายได้ของญี่ปุ่นมาเทียบกับ รายได้ของไทยดีกว่า..

ยกตัวอย่าง
ผลงานนักวาดไทยอยู่ระดับ A
ผลงานนักวาดญี่ปุ่นอยู่ระดับ AA-S
ยอมรับว่างานของญี่ปุ่นดีกว่าจริงๆแต่..
V
V
ผลงานนักวาดไทยใช้ลูกมือ 1-3 คน
ผลงานนักวาดญี่ปุ่นใช้ลูกมือ 4-15 คน
ผลที่ได้คือ"คุณภาพต่างกันชัวร์"
V
V
ผลงานนักวาดไทยค่าต้นฉบับ เฉลี่ยแผ่นล่ะ 250-600บาท/แผ่น
ผลงานนักวาดญี่ปุ่นค่าต้นฉบับ เฉลี่ยแผ่นล่ะ 10000-30000เยน/แผ่น
(ราวๆ3000-10000บาท) รายได้จากต้นฉบับคนล่ะเรื่องกับคนไทยเลยแต่..
V
V
ค่าครองชีพของไทยเฉลี่ยรายหัวจะถูก
ค่าครองชีพของญี่ปุ่นแพงมากต่อ1คน
V
V
ผลงานของไทยส่วนมาก ระดับปานกลาง ใช้คนน้อย
ผลงานของญี่ปุ่นส่วนมาก งานระดับสุดยอด ใช้คนเป็นโหล
V
V
นักวาดไทยส่วนแบ่งน้อย เพราะลูกมือน้อย
นักวาดญี่ปุ่นส่วนแบ่งมาก เพราะลูกมือเยอะ
V
V
รายได้ของไทย พอกินพอใช้ เพราะค่าครองชีพถูก+คนหารมีน้อย
รายได้ของญี่ปุ่น ติดลบ เพราะค่าครองชีพแพง+หารคนหารมีเยอะ
ผลที่ได้ก็คือ..
V
V
นักวาดไทยงานส่วนมากสู้งานญี่ปุ่นไม่ได้ แต่พออยู่พอกินพอมีเหลือ
นักวาดญี่ปุ่นผลงานเจ๋งสุดยอดโกอินเตอร์ แต่ส่วนมากเงินไม่พอเลี้ยงตัวเอง..
ได้อย่างเสียอย่างระหว่าง เรื่องปากท้องกับชื่อเสี่ยงที่โด่งดังทั่วโลก*
V
V
เรื่องเงินๆทองๆรายรับรายจ่าย (บางคนดูของญี่ปุ่นแล้วโห้ย..งี้นักวาดไทยก็ตายดิ)
ขึ้นอยู่กับการบริหารของแต่ล่ะทีมมากกว่า เพราะจะเอาเรื่องเงินญี่ปุ่นมาเทียบในไทยไม่ได้
เพราะสถานะเรื่องเงินๆทองๆมันต่างกันน่ะฮะ บางคนพูดว่าโห้ยไทยไม่ทางเอาชนะญี่ปุ่นได้
หรอกวาดการ์ตูนน่ะ แต่ทว่ารู้เบื้องหลังอะเปล่าว่าพวกเขาอยู่กินยังไง? แต่ที่รู้ๆแน่คือนักวาด
ของไทยรายได้พอเลี้ยงตัวได้เลยล่ะและมีเก็บด้วย (ถ้าไม่มีหนี้ ติดเหล้า ติดยา ติดบุหรี่)

แบบเฮาเองนี่ใช้ส่วนตัว ค่ากินค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัทพ์ต่อ1เดือน ราวๆ3000-4000บาท
ถ้าวาดให้สำนักพิมพ์รายได้ต่อเดือนต้องมากกว่า 3000-4000บาทแน่นอน และนั้นก็จะคือ
เงินเก็บของเราในส่วนที่ได้เกินจากรายจ่าย 3000-4000บาทต่อเดือน ถ้าสมมุติว่าเราได้
วาดสำนักพิมพ์(สมมุติ)ขอบอกว่าเฮาอยู่ได้สบายๆเลยในชีวิตประจำวัน(แต่คนอื่นเฮาไม่รู้นะ)
ใครต่างจังหวัดได้เปรียบเพราะค่าครองชีพถูก(กทม.และรอบๆอ.เมืองจะแพงอีกนิด)
V
V
สรุปอาชีพนักวาดสามารถทำได้ถ้ามีฝีมือ เพราะมันคืออาชีพๆหนึ่งนั้นแหละฮะ
มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้เงินยังไงมากกว่าในชีวิตประจำวัน ถ้าใช้เงินแบบฉลาด
เราก็จะมีเงินเก็บเพียบ ถ้าใช้เงินไม่เป็นไม่ว่า ทำอาชีพไหนก็เน่าหมดแหละ
V
V
ปล.หัวข้อนี้คือดาบสองคม ถ้าใครมาอ่านเข้าเห้ย..รายได้นักวาดมันแบบนี้เองเหรอ!
อ่านแล้วเดียวพาลจะล้มเลิกความตั้งใจกันซะหมด แบบนั้นวงการการ์ตูนไทยเดี้ยงเลย
ลองพิจารณาดูหน่อยน้อสำหรับท่านที่มีความฝัน อ่านแล้วอย่าไปหวั่นไหวง่ายๆล่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆจ้า^^


แก้ไขล่าสุดโดย totaekuman เมื่อ Tue 22 Sep 2009 - 10:26, ทั้งหมด 1 ครั้ง

totaekuman
WARNING
WARNING


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by AkiMuto on Tue 22 Sep 2009 - 8:33

ผมเคยอ่านมาว่า นักเขียนการ์ตูนไทย ถ้าทำงานมา10ปี ก็ได้ค่าต้นฉบับประมาณหน้าละ1000บาท ถ้าเป็นนักเขียนการ์ตูนที่เพิ่งเริ่มทำงานประมาณ300บาทต่อหน้า (ใช่เปล่าหว่า= =")

อันนี้ผมลองคิดเล่นๆนะฮะ=3= เขียนรายสัปดาห์

มืออาชีพ 19*1000 = 19000 รวมรายเดือน 19000*4 = 76000 บาท ถ้าเขียนกัน2คน ก็หาร2ไปอีก ได้คนละ38000บาท
มือใหม่ 19*300 = 5700 รวมรายเดือน 5700*4 = 22800 บาท

รายได้นักเขียนการ์ตูนไทยมีแค่ ค่าต้นฉบับ ยอดพิมพ์ กับ เปอร์เซนต์รวมเล่มที่ขายได้

ส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้เขียนรายสัปดาห์ เขียนเป็นรายเดือน หรือเขียนเป็นรวมเล่ม จะรับงานลงสี ทำปกนิยายด้วย
avatar
AkiMuto
Bronze Star
Bronze Star

birth : 17/04/1995
Placement : บอร์ดนี้ กับ ไทยคอมมิค(ผีสิงบอร์ด)

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by trio-jam on Tue 22 Sep 2009 - 8:43

เก็บไว้ดูล่ะครับ - -/*

_________________

Credit by : toei

How to be a successful man:

"-Shut up and do it-"

PS.Bluffing is useless. Try another tactics. Got it?
avatar
trio-jam
InW
InW

Placement : ณ กองเพลิง(เผา?)

http://trio-jam.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by pattanakorm on Tue 22 Sep 2009 - 16:47

^
^
คุ้มค่าจริง ๆ ได้เงินมาพอสำหรับดำเนินชีพเลย
เเต่ติดตรงที่การทำงานต้องออกมาดี เรื่อย ๆ ด้วยนี่สิ
เเต่ก้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะ ต้องเเบ่งคนคิดเรื่องไว้คนหนึ่ง
avatar
pattanakorm
Shooting Star
Shooting Star

birth : 16/06/1993
Placement : ที่ ที่มี เพื่อน ๆ ทุกคน

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: แกะรอยค่าต้นฉบับนักเขียนในญี่ปุ่น รายได้และรายรับเป็นอย่างไร [เวอร์ชั่นละเอียด]

ตั้งหัวข้อ by Formthejok on Wed 23 Sep 2009 - 19:34

จะมากจะน้อย ก็ให้มันรู้กันไป = =''

_________________

G•A•M•E แห่งโลก 2D
avatar
Formthejok
Lucky Star
Lucky Star

birth : 28/04/1991
Placement : ทาไดม๊าาาา !!!!!

http://Formthejok.exteen.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ