คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ท่านได้อ่านข้อมูลพวกนี้หรือไม่

14% 14% 
[ 2 ]
0% 0% 
[ 0 ]
36% 36% 
[ 5 ]
50% 50% 
[ 7 ]
 
คะแนนทั้งหมด : 14

คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by Tonmai016 on Sun 25 Sep 2011 - 14:07

เนื่องจากกระทู้ในบอร์ดอื่นได้สูญหายไปแล้ว(พร้อมข้อมูล) ผมจึงขอตั้งขึ้นใหม่ครับ
เริ่มด้วย
U - Boat Type

Type XXI U - boats, หรือเรียกว่า"Elektroboote"คือเรือดำน้ำแบบแรกที่ออกแบบมาเพื่อทำงานในน้ำทั้งหมด แทนที่จะเป็นเรือพื้นผิวที่สามารถดำน้ำชั่วคราวเพื่อหนีการตรวจจับหรือทำการโจมตี
การปรับปรุงที่สำคัญใน Type XXI คือเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมากของแบตเตอรี่ เป็นประมาณสามเท่าของ Type VIIC ขณะที่เรือลำนี้อยู่ในช่วงใต้น้ำจะมีระยะทำการสูงมากและลดลงอย่างมากเมื่ออยู่บนพื้นผิวน้ำ มันสามารถเดินทางใต้น้ำที่ความเร็วประมาณ 5 knots (9 km/h) ได้สองหรือสามวันก่อนชาร์ตแบตเตอรี่ใหม่ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าห้าชั่วโมง โดยยังสามารถดำต่อไปได้ด้วยน้ำมันโดยใช่ท่ออากาศ (snorkel)
Type XXI ยังเงียบมากกว่า VIIC ทำให้ยากต่อการตรวจสอบเมื่อดำ Type XXI และระบบ Hydro-dynamically ได้รับการออกแบบให้มีความคล่องตัวและความเร็วสูง ความสามารถในการวิ่งเร็วกว่าเรือพื้นผิวในขณะที่ดำร่วมกับการดำน้ำได้นานทำให้มันยากจะไล่ล่าและทำลายมัน Type XXI มีสิ่งอำนวยความสะดวกดีกว่ารุ่นก่อนรวมถึงตู้เย็นเพื่อเก็บอาหาร (รุ่นก่อนเอาแขวนเพดาน) ลูกเรือมีห้องอาบน้ำและอ่างล้างหน้า ลูกเรือบนเรืออื่นๆ อยู่ทั้งสัปดาห์โดยไม่ได้อาบน้ำหรือโกนหนวด Type XXI มีระบบไฮดรอลิตอร์ปิโดโหลดที่สามารถโหลดตอร์ปิโดทั้ง หกท่อที่อยู่ในหัวเรือได้พร้อมกัน และโหลดได้อย่างรวดเร็วกว่า Type VIIC ที่สามารถโหลดได้ที่ละท่อ Type XXI ยิงตอร์ปิโดได้ 18 ลูก ใน 20 นาที บรรทุกได้มากสุด 23 ลูก ปกติที่ 17 ลูกและทุ่นระเบิด 12 ลูก และยังมี Type XXI featured sonar ที่เป็นระบบขั้นสูงในการเล็งตอร์ปิโดโดยไม่ใช้กล้องส่องทำให้ซ่อนตัวได้ดีขึ้น

ช่วงระหว่าง 1943 และ 1945
Type 118 ลำประกอบโดย Blohm & Voss of Hamburg, AG Weser of Bremen, และ F. Schichau of Danzig
ตัวเรือสร้างเป็น 8 ส่วนสำเร็จรูปและนำประกอบกันที่อู่ต่อเรือ วิธีการใหม่นี้ใช้เวลาหกเดือนในการสร้างและต่อเรือ แต่ในความเป็นจริงในการประกอบเรือ มีปัญหาคุณภาพอย่างรุนแรงที่ต้องทำงานหลังการผลิตเพื่อแก้ไข เหตุผลหนึ่งก็คือส่วนที่ทำโดย Inland companies (ผลของการตัดสินใจของ Albert Speer) เนื่องจากพวกเขาจะมีประสบการณ์น้อยในการต่อเรือ
ผลคือจากการประกอบ Type XXI 118 ลำ มีเพียงสี่ลำพร้อมสำหรับการรบก่อนสงครามในยุโรปสิ้นสุด
Type XXI มีเพียง U - 2511 และ U - 3008 ที่ได้ออกลาดตระเวนในสงครามและยังไม่สามารถจมเรือลำใดได้

เรือสายการผลิตครับ (หมายเลขเรือ)
U-2501 - U-2531 - U-2533 - U-2536 - U-2538 - U-2546 - U-2548
U-2551 - U-2552 - U-3001 - U-3035 - U-3037 - U-3041
U-3044 - U-3501 - U-3530

มาดูความสามารถกันบ้าง
สร้างทั้งหมด 188 ลำ
ลักษณะทั่วไป
ชนิด เรือดำน้ำ
น้ำหนัก 1,621 ตัน 2,100 ตันที่เต็มพิกัด
ความยาว 76.7 เมตร (251 ฟุต 8 นิ้ว)
ความสูง 8 เมตร (26 ฟุต 3 นิ้ว)
ความกว้าง 5.3 เมตร (17 ฟุต 5 นิ้ว)
เครื่องยนต์
ดีเซล 2× MAN M6V40/46KBB supercharged 6-cylinder diesel engines, 4,000 แรงม้า (2.9 MW)
ไฟฟ้า 2× SSW GU365/30 double acting electric motors, 5,000 แรงม้า (3.7 MW) และ 2× SSW GV232/28 silent running electric motors, 226 แรงม้า (0.166 MW)
ความเร็ว ผิวน้ำ
15.6 KN (28.9 km/h) ดีเซล
17.9 KN (33.2 km/h) ไฟฟ้า
ดำน้ำ
17.2 KN (31.9 km/h) ไฟฟ้า
6.1 KN (11.3 km/h) มอเตอร์เก็บเสียง
ระยะทำการผิวน้ำ
15,500 ไมล์ทะเล (28,700 km) at 10 KN (19 km/h)
340 ไมล์ทะเล (630 km) at 5 KN (9.3 km/h)
พลประจำเรือ 57 คน
สรรพาวุธ 6 ท่อตอร์ปิโด (ช่องตอปิโดหน้าหมด) บรรจุตอปิโดสูงสุด 23 ลูก
4 x Flak 30 2ป้อม หน้า หลัง
ภาพ

สี


ขอเวลาเรียบเรียงข้อมูลใหม่หน่อยนะครับ เพราะข้อมูลเกือบทั้งหมดได้สูญหายไปแล้ว


แก้ไขล่าสุดโดย Tonmai016 เมื่อ Tue 27 Sep 2011 - 22:01, ทั้งหมด 3 ครั้ง
avatar
Tonmai016
Silver Star
Silver Star

birth : 13/04/1996
Placement : GespensterDivision

http://tonmai016.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by trio-jam on Sun 25 Sep 2011 - 14:32

มาส่องแบบมึนๆ กระทู้นี่คือคลังแสงสินะครับ

_________________

Credit by : toei

How to be a successful man:

"-Shut up and do it-"

PS.Bluffing is useless. Try another tactics. Got it?
avatar
trio-jam
InW
InW

Placement : ณ กองเพลิง(เผา?)

http://trio-jam.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by By~ne on Sun 25 Sep 2011 - 17:28

เข้ามารอดูเรื่อยๆครับ
(แต่ถ้าอาวุธโบราณยุคสงครามโลก จำได้ว่าเคยมีคนทำแล้ว)
avatar
By~ne
InW
InW

birth : 02/05/1995
Placement : ในสภาสูง

http://by-neowo.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by prim_15505 on Sun 25 Sep 2011 - 21:51

เข้ามาตะลึงตัวหนังสือ Shocked

/รอรูปละครับแบบนี้ อ่านไม่ไหว
avatar
prim_15505
InW
InW

birth : 19/05/1991
Placement : บ้านปริศนาใกล้ๆต้นไม้โลก

http://prim15505.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by phat on Mon 26 Sep 2011 - 18:22

ขอบคุณข้อูลครับต้นไม้ เหอๆ
avatar
phat
Silver Star
Silver Star


ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by humma54 on Mon 26 Sep 2011 - 18:36

แวะเข้ามาดูครับ

=w= คงเอาไปใช้งานยาก เพราะมันขนาดใหญ่
ปล.ไม่ได้หมายถึงเรือดำน้ำโดยตรงนะ

_________________
cʀoss×ᴩᴀτʜ
I wish to be with you.

avatar
humma54
Lucky Star
Lucky Star

birth : 19/09/1996
Placement : ในมิติ Matrix ฮร๊าฟฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by Tonmai016 on Tue 27 Sep 2011 - 12:32

เข้ามาอัปเดตครับ

ถึงจะเปิดตัวด้วยเรือก็เถอะแต่ผมอยากจะเริ่มด้วยยานเกราะ (ฮิฮิ)

Part I
Achtung Panzer

Panzer I
เนื่องจากมันไม่ค่อยมีบทบาทมากนักผมจึงเขียนย่อๆเอานะครับ (เอาเวลาไปวาดรูปดีกว่า)

ชื่อ Panzerkampfwagen I
ภาพ


ชนิด รถถังเบา
ผู้คิดค้น เยอรมัน

เข้าประจำการ ปี 1934-1954
ใช้โดย นาซีเยอรมัน, บัลแกเรีย, สาธารณรัฐจีน, ฮังการี, สเปน
สงคราม สงครามกลางเมืองสเปน, สงครามโลกครั้งที่สอง, สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง

ออกแบบ ปี 1934
ผู้ผลิต Henschel, MAN, Krupp, Daimler
ช่วงการผลิต ปี 1934-1937
จำนวนการผลิต 1493

น้ำหนัก 5.4 ตัน
สัดส่วน 4.02 x 2.06 x 1.72 เมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
พลประจำรถ 2 นาย ผู้บัญชาการและพลขับ

เกราะ ระหว่าง 7 ถึง 13 มิลลิเมตร
อาวุธหลัก ปืนกล MG13 ขนาดลำกล้อง 7.92 มิลลิเมตร สองกระบอก
เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน Krupp M 305 สี่ลูกสูบ หล่อเย็นด้วยอากาศ ขนาด 60 PS (59 แรงม้า, 44 กิโลวัต)
กำลังต่อน้ำหนัก 11.1 PS ต่อ ตัน
ระยะทำการ 200 กิลโลเมตรบนถนน 175 กิโลเมตรนอกถนน(off-road อิอิ)
ความเร็ว 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนถนน 37 กิโลเมตรต่อชั่วโมงนอกถนน

Panzer I (อ่านว่า แพนเซอร์-หนึ่ง ) เป็นรถถังเบาที่ถูกผลิตในเยอรมันช่วงปี 1930s ชื่อของมันถูกย่อมาจาก Panzerkampfwagen I (ไอ้นี้อ่านว่า แพนเซอร์-คัมฟ์-ฟราเกิ้น แปลว่า armored fighting vehicle mark I หรือ ยานยนต์หุ้มเกราะสำหับต่อสู้ รุ่นที่ 1 ยาวไหม) ตัวย่อคือ PzKpfw I (นั่น จบ) ชื่ออย่างเป็นทางการของมันคือ SdKfz 101 (special purpose vehicle 101 หรือ ยานยนต์สำหรับจุดปะสงค์พิเศษ 101)
การออกแบบ Pazner I เริ่มขึ้นในปี 1932 และเข้าสู่สายกการรผลิตในปี 1934 สร้างขึ้นเป็นรถสำหรับผึก เพื่อใช้ในการผึกเหล่าทหารเกณฑ์ของกองทัพเยอรมัน Panzer I ถูกพบในการรบที่สเปน(สงครามกลางเมืองสเปน) โปแลน ฝรั่งเศษ สหภาพโซเวียและแอฟริกาเหนือ(สงครามโลกครั้งที่สอง)และในจีน(สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง) จากประสบการณ์ในการรบของ Panzer I ในสเปน ได้ช่วยทำให้กองยานเกราะของเยอรมัน เข้าจูโจม โปแลนและฝรั่งเศษได้อย่างยอดเยี่ยม นอกจากนั่นช่วงล่างของ Panzer I ยังได้ถูกใช้เพื่อสร้าง ปืนจูโจมและรถล่ารถถังอีกด้วย
พวกเขาได้อัพเกรด Panzer I ตลอดเวลาในช่วงที่เข้าประจำการ มันถูกเข้าประจำการในกองทัพสเปนจนถึงปี 1954

ความสามารถในการรบของ Panzer I ถูกจำกัดโดยเกราะที่บางและอาวุธที่มีเพียงแค่ปืนกล 2 กระบอก เนื่องจากถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการฝึก Panzer I นั้นจึงมีความสามารถไม่ดีเท่ารถถังเบาในยุคเดียวกัน ถึงจะอ่อนแอในการต่อสู้ แต่ด้วยจำนวนมหาศาลจำทำให้มันเป็นกำลังหลักของกองทัพเยอรมันสำหรับปฏิบัติการในช่วง เดือนกันยายน ปี 1939 ถึง เดือนธันวาคม ปี 1941

continue next part
กับ Panzer II ผู้เป็นกำลังหลักในการยึดยุโรบของนาซีเยอรมัน
avatar
Tonmai016
Silver Star
Silver Star

birth : 13/04/1996
Placement : GespensterDivision

http://tonmai016.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by Tonmai016 on Tue 27 Sep 2011 - 12:49

ขออนุญาตโพสซ้ำนะครับ เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหา

Part II
The Panzer II

Panzer II
อืม คันนี้ขอเอาจริงนะครับ

ชื่อ Panzerkampfwagen II
ภาพ


ชนิด รถถังเบา
ผู้คิดค้น นาซีเยอรมัน

เข้าประจำการ ปี 1936-1945
สงคราม สงครามกลางเมืองสเปน, สงครามโลกครั่งที่สอง

ออกแบบ ปี 1934
ผลิต ปี 1935-1943
จำนวนการผลิต 1,856 (ไม่นับรุ่นดัดแปลง)

น้ำหนัก 8.9 ตัน (รุ่น A-C)
สัดส่วน 4.81 x 2.22 x 1.99 เมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
พลประจำรถ 3 นาย ผู้บัญชาการ, พลขับและพลบรรจุ

อาวุธหลัก
ปืน KwK 30 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร 1 กระบอก สำหรับรุ่น A-F
ปืน KwK 38 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร 1 กระบอก สำหรับรุ่น J-L
อาวุธรอง ปืนกล MG34 ขนาดลำกล้อง 7.92 มิลลิเมตร 1 กระบอก
เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน Maybach HL 62 TRM หกลูกสูบ ขนาด 140 PS (138 แรงม้า, 103 กิโลวัต)
กำลังต่อน้ำหนัก 15.7 PSต่อตัน
ระยะทำการ 200 กิโลเมตร
ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Panzer II เช่นกัน เหมือนกับ Panzer I ชื่อเต็มๆของมันคือ Panzerkampfwagen II ย่อ PzKpfw II (ต่อไปขอย่อเหลือแค่ Pz นะครับ) มันถูกออกแบบมาเนื่องจากรถถังรุ่นใหม่เริ่มที่จะปรากฎขึ้นในแนวรบ (เอามาแทน PzI) เป็นกำลังหลักในการรุกรานโปแลนและฝรั่งเศษ แต่หลังจากสิ้นสุดปี 1942 มันก็โดนถอดออกจากแนวหน้า(ตกรุ่นแล้วครับ) และหยุดการผลิตลงในปี 1943(เจ๊ง?)
แต่ก็ได้ทิ้งมรดกไว้ ช่วงล่างของมันถือเป็นขั้นเบสิกสำหรับใช้พัฒนารถรุ่นอื่นแทบทุกคัน

ข้อมูลเชิงลึก (ใครแพ้ตัวหนังสือจะข้ามก็ได้ครับ)

ประวัติ
ในปี 1934 เนื่องจากการออกแบบและผลิต PzIII และ PzIV เกิดความล้าช้า PzII จึงถูกสร้างมาเพื่อทดแทนแก้ขัดไปก่อน โดยได้ร้องขอจากบริษัท Krupp, MAN, Henschel, และDaimler-Benz โดนมีต้นแบบจาก PzI แต่ใหญ่ขึ้น และป้อมปืนที่ติดตั้งปืนต่อสู้รถถังขนาด 20 มิลลิเมตร(เอง) การผลิตเริ่มต้นในปี 1935 แต่ต้องรอถึงสิบแปดเดือน กว่าจะส่งเข้าประจำการ (โกงแบบบางประเทศอะป่าวเนี่ย =w=) PzII ได้เป็นรถที่มีจำนวนมากที่สุดในกองพลยานเกราะเยอรมันในตอนเริ่มการรุกล้ำเศษฝรั่ง จนกระทั้งได้รับการเสริมกำลังด้วย PzIII และ PzIV ในปี 1940/1941 ตามลำดับ
หลังจากนั้นมันได้ถูกย้ายไปใช้ในงานสอดแนม(แหม่ อนาถเชียว)

ปฏิบัติการของเยอรมันที่ PzII ได้เข้าร่วมคือ โปแลน, ฝรั่งเศษ(หรือจะเรียกเศษฝรั่งดี), the Low Countries(อันนี้ จขกท ไม่เข้าใจ คิดว่าน่าจะเป็นกลุ่มประเทศเล็กๆ(กระจอกๆ) ), เดนมาร์ก, นอรเวย์, แอฟริกาเหนือและแนวรบด้านตะวันออก(สหภาพโซเวียต) หลังจากถูกถอดออกจากแนวหน้า(ปี 1942) มันได้ถูกใช้ในการฝึกทหาร(อีกละ) และรบในแนวรองหน้า(?!?)
ยังไงก็ตาม ช่วงล่างของมันได้ถูกใช้โดยตรงในการผลิต ปืนอัตราจร Wespe(เวสเปอร์) และ Marder II (มาร์เดอร์-สอง)

การออกแบบ

เกราะ
PzII ถูกออกแบบก่อนจะได้รับประสบการณ์จากการรบในสงครามกลางเมืองสเปน(เป็นอะไรกับสเปนนักหนา) ซึ่งบ่งบอกว่าเกราะนั้นมีความสำคัญอย่างมากถ้าต้องการจะอยู่รอดบนสนามรบ ส่วน PzII นั่นได้ถูกออกแบบมาแค่เพื่อป้องกันปืนกลและกระสุนระเบิดแรงสูง PzII A, B และ C มีเกราะหนา 14 มิลลิเมตร ที่ด้านหน้า, ข้างและหลัง(ก็เท่ากันหมดนี้หว่า) มี 10 มิลลิเมตรที่ด้านบนและตูด เอ๊ย ท้องรถ รุ่น IIC จำนวนมากได้รับการเสริมเกราะด้านหน้า(ทนไม่ไหวอะดิ) จนกระทั้งรุ่น IID เกราะด้านหน้าได้ถูกเสริมจนเป็น 30 มิลลิเมตร และรุ่น IIF ที่ได้ด้านหน้าไป 35 มิลลิเมตรและด้านข้าง 20 มิลลิเมตร

คำเตือน: เกราะพวกนี้สามารถเจาะได้ด้วยอาวุธสู้รถถังบางประเภทเช่น ปืน 45 มิลลิเมตร ของโซเวียต canon de 25 และ canon de 47 ของฝรั่งเศษ(สองตัวนี้อ่านว่าอะไรอะ)

อาวุธ
ส่วนมากแล้ว PzII จะถูกติดตั้งด้วย ปืนยาว KwK 30 55 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร บางชุดหลังๆได้รับการติดตั้งด้วย KwK 38 L/55 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร ซึ่งไม่ได้แตกต่างอะไรกันมาก ปืนนี้มีต้นแบบมากจากปืนต่อสู่อากาศยาน FlaK 30(อ่านว่า แฟล็ก-สามสิบ) ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร สามารถยิงได้ถึง 280 นัดต่อนาที (ถ้าบรรจุกระสุนให้มันได้ทัน) ซึ่งเร็วมากสำหรับรถถังและ PzII ยังมีปืนกล Maschinengewehr 34 (ย่อ MG34 ไอ้ตัวนี้อ่านว่า มาสชีนแกเวอร์ ละมั้ง) ติดตั้งเป็นปืนกลร่วมแกนกับปืน 20 มิลลิเมตร

ปืน 20 มิลลิเมตร มีประสิทธิภาพในการต่อกรกับรถถังจำนวนมากของผ่ายสัมพันธมิตร และจากประสบการณ์ส่วนนี้จึงมีการออกแบบให้ทดแทนด้วยปืนขนาด 37 มิลลิเมตร แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น(วางแผนแล้วก็ทำหน่อยสิวะ) มีตัวต้นแบบที่ถูกติดตั้งปืน ขนาด 50 มิลลิเมตร แต่ก็นั่นแหละ พวกเขาไม่ได้ต้องการใช้ PzII ในระยะยาว จึบพับโครงการนี้ไป
แต่ถึงอย่างนั่นพวกเขาก็ไม่ได้ทอดทิ้ง PzII ซะทีเดียวด้วยการทดแทนอาวุธด้วยการเปลี่ยนกระสุนจาก armor-piercing explosive(กระสุนเจาะเกราะหัวระเบิด)แบบพื้นฐานเป็นกระสุน tungsten cored solid(กระสุนทังสเตนแกนแข็ง) แต่เนื่องจากปัญหาขาดแคลนแร่ธาตุ ทำให้การส่งกำลังบำรุงด้วยกระสุนชนิดนี้มีไม่มากนัก(อ้าว)

หลังจากนั้น พวกมันได้ถูกออกแบบให้เป็นปืนอัตราจร โดยตอนแรกพบว่าติดตั้งปืนสู้รถถัง PaK 38 ขนาดลำกล้อง 50 มิลลิเมตร แต่ตอนนั้นกำลังขาดแคลนปืน PaK 38 (อืม... อีกละ) และปืน PaK 36(r) ขนาดลำกล้อง 76.2 มิลลิเมตร นั้นได้ผลดีกว่า (แล้วเอ็งจะติด PaK 38 ไปเพื่ออะไรว้า) รุ่นที่เข้าสู่กำลังผลิตเป็นหลักคือ รุ่นที่ติดตั้งปืน PaK 40 ขนาดลำกล้อง 75 มิลลิเมตร เนื่องจากได้ผลดีที่สุด (เอ็งจะติดกระบอกไหนตูไม่สนแล้ว) ส่วนปืนอัตราจรจำพวกปืนสนับสนุน เริ่มต้นด้วยการติดตั้งปืนสนับสนุนทหารราบขนาดหนัก sIG 33 ขนาดลำกล้อง 150 มิลลิเมตร แต่...ที่ได้ผลดีที่สุดคือปืน leFH 18 ขนาด 105 มิลลิเมตร (ตรงนี้ no comment ละ ไม่รู่จะพูดไรดี )
เพราะเช่นนั่น ช่วงล่างของ PzII จึงกลายเป็นช่วงล่างหลักในสงคราม(ควรภูมิใจมั้ยเนี่ย) และส่วนมากจะติดตั้งเสาเสริมเข้าไปเพื่อติดตั้งปืนกล MG34 ขนาดลำกล้อง 7.92 มิลลิเมตร (ยังต้องคอยบอกขนาดลำกล้องอยู่อีกมั้ย) สำหรับป้องกันตัวเองจากอากาศยานและทหารราบ

ความคล่องตัว
ทุกรุ่นของ PzII ถูกติดตั้งด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Maybach HL 62 TRM หกลูกสูบ ขนาด 140 PS รุ่น A, BและC มีความเร็วสูงสุดที่ 40 กิโลเมตรต่อช่วงโมง ส่วนรุ่น DและE นั่นมีระบบส่งกำลังที่ดีกว่าและใช้เกียร์ ZF จึงเร่งได้ถึง 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถัดจากรุ่น F ไปนั่นค่อนข้างจากแตกต่างกัน แต่ก็ไม่มาก

พลประจำรถ
PzII มีพลประจำรถทั้งหมด 3 คน นั้นคือ พลขับ ผู้นั่งอยู่ในตัวถังส่วนหน้า ผู้บัญชาการนั่งอยู่ในตัวป้อมปืน และทำหน้าที่เล็งเป้าพร้อมทั้ง ยิงปืนหลักด้วยตนเอง
และสุดท้ายพลบรรจุ ยืนอยู่บนพื้นใต้ป้อมปืน(แต่ตัวทะลุขึ้นไปอยู่ในป้อม)คอยบรรจุกระสุน มีงานเสริมคือเป็นเจ้าหน้าที่วิทยุ

continue next part
กับรุ่นต่างๆของ PzII
avatar
Tonmai016
Silver Star
Silver Star

birth : 13/04/1996
Placement : GespensterDivision

http://tonmai016.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by prim_15505 on Tue 27 Sep 2011 - 21:27

มีรถถังแบบเบาด้วย waga

สาระสุดๆครับ เยี่ยมไปเลย Very Happy
avatar
prim_15505
InW
InW

birth : 19/05/1991
Placement : บ้านปริศนาใกล้ๆต้นไม้โลก

http://prim15505.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by Tonmai016 on Wed 28 Sep 2011 - 13:24

Part III
Panzer II Variant Models

เอาละตอนนี้ก็ยังไม่จบสำหรับ Panzer II หรือ PzII

เหล่า Panzer II รุ่น Limited Production

Panzer II Ausf. a (PzKpfw IIa)

นี้ไม่ใช่รุ่น Ausf. A นะครับ (ทางนี้เป็นเอเล็ก) PzIIa คือรุ่นแรกในการผลิต PzII แบบลิมิเต็ดอิดิชั่น และถูกแบบออกเป็นสามแบบย่อยๆอีกต่างหาก
Ausf. a/1 นั่นได้ลองดัดแปลงโดยการใส่ล้อยาง แต่ถูกยกเลิกหลังจากผลิตตัวอย่างไปได้ 10 คันเนื่องจากปัญหาในการเชื่อม
Ausf. a/2 ได้แก้ไขปัญหาเรื่องของเครื่องยนต์
Ausf. a/3 ได้เพิ่มเติมระบบหล่อเย็นให้กับเครื่องยนต์และระบบขับเคลื่อน
โดยรวมแล้ว Ausf. a ก็ยังใช้โมเดลเหมือนกับตัวต้นฉบับเพียงแต่ปรุ่งบางส่วนนิดหน่อย
ถูกผลิตขึ้นทั้งหมด 75 คัน ระหว่าง เดือนพฤษภาคมปี 1936 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 1937 โดย Daimler-Benz และ MAN

ข้อมูลพิเศษ
เครื่องยนต์ Maybach HL57TR 6 เกียร์
น้ำหนัก 7.6 ตัน
สัดส่วน 4.38 x 2.14 x 1.95 เมตร (ยาว x กว้าง x สูง)
ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ระยะทำการ 200 กิโลเมตร
ระบบสื่อสาร วิทยุ FuG5
อาวุธหลัก ปืน KwK 30 L/55 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร พร้อมศูนเล็ง TZF4
อาวุธรอง ปืนกล MG34 ขนาดลำกล้อง 7.92 มิลลิเมตร

Panzer II Ausf. b (PzKpfw IIb)

เช่นกัน คันนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับ Ausf. B (ต้องให้บอกกับรุ่น c ด้วยมั้ย) PzIIb เป็นรุ่นที่สองในการผลิตลิมิเต็ดอิดิชั่น สิ่งหลักที่เปลี่ยนแปลงไปคือความยาวของตัวถังและระบบสายพาน ความยาวตัวถังได้ถูกเพิ่มไปเป็น 4.76 เมตร แต่ความกว้างและส่วนสูงไปเปลี่ยนแปลง และยังเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น Maybach HL62TR พร้อมทั้งระบบขับเคลื่อน เกราะส่วนบนและหลังคารถเพิ่มขึ้นเป็น 10-12 มิลลิเมตร น้ำหนึกโดยร่วมเพิ่มไปที่ 7.9 ตัน ถูกสร้างขึ้น 25 คันโดย Daimler-Benz ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคมปี 1937

Panzer II Ausf. c (PzKpfw IIc)

นี้ก็เช่นกัน มันบ่แม่น Ausf. C นา รุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายในกลุ่มลิมิเต็ดอิดิชั่น และเป็นรุ่นที่เข้าใกล้สายการผลิตมากที่สุดในทั้งหมดสามรุ่น จุดเด่นของรุ่นนี้คือเปลื่ยนจาก 6 ล้อขนาดเล็ก เป็น 5 ล้อขนาดใหญ่ที่สามารถเด้งได้อย่างอิสระ(?!?) ก็และปรังปรุงระบบช่วงล่างและสายพาน เพิ่มความกว้างของตีนตะขาบ ความยาวของตัวถังเพิ่มขึ้นเป็น 4.81 เมตร กว้าง 2.22 เมตร ส่วนสูงอยู่ที่ประมาณ 1.99 เมตร เชื่อว่ามีอย่างน้อย 25 คันถูกสร้างขึ้นระหว่างเดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนกรกฎาคมปี 1937

หมดแล้วนะครับสำหรับลิมิเต็ดอิดิชั่น แต่ของจริงนั่นยังไม่หมด

Panzer II Ausf. A (PzKpfw IIA)

มันคือรุ่นดัดแปลงอย่างเป็นทางการรุ่นแรกของ PzII เจ้า Ausf. A ได้เพิ่มเกราะทุกด้านขึ้นเป็น 14.5 มิลลิเมตรและเสริมความสามรถในการสื่อสาร Ausf. A เริ่มเข้าสู่สายการผลิตในเดือนกรกฏาคมปี 1937

Panzer II Ausf. B (PzKpfw IIB)
มีการปรับปรุงเพียงเล็กน้อยจาก Ausf. A (อะไร ติดแอร์เพิ่มงั้นรึ) Ausf. B เข้าสู่สายการผลิตในเดือนธันวาคมปี 1937

Panzer II Ausf. C(PzKpfw IIC)

รุ่นนี้เริ่มที่จะมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น Ausf. กลายเป็นรุ่นมาตรฐานในการผลิต PzII ตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 1938 ไปจนถึงเดือนเมษายนปี 1940 (ดีจริง)
1113 คัน คือจำนวนการผลิต Ausf. c, A, BและC ตั้งแต่เริ่มจากเดือนมีนาคมปี 1937 มาจนถึงเดือนเมษายนปี 1940 โดย Alkett, FAMO, Daimler-Benz, Henschel, MAN, MIAGและWegmann(นี่พวกเอ็งหุ้นกันรึเปล่า) ที่รวมจำนวนมาแบบนี้เพราะว่าเจ้ารุ่นพวกนี้แทบจะมีคุณสมบติเหมือนกันและสมารถปฏิบัติการแทนกันได้ ซึ่ง Ausf. C เป็นรุ่นที่แพร่หลายมากที่สุด และถูกใช้เป็นกำลังหลักในหน่วยยานเกราะระหว่างสงครามในช่วงแรกๆของ Ausf. C นั่นมีช่วงหน้าของตัวถังที่โค้งมนแต่ได้รับการเสริมเกราะมากขึ้นหลังจากผ่านการสู้รบในฝรั่งเศษ (จากที่พูดไปในตอนที่แล้ว) โดยเสริมเข้าไปที่ด้านหน้าของตัวถังและป้อมปืน
นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นที่เสริมเกราะในมุมเดียวกันกับ Ausf. F และบางคันก็ได้เสริม Cupola(จะบรรยายยังไงดีละ คือเป็นฝาปิดแบบยกระดับขึ้นมาหน่อยเพื่อใส่ช่องสังเกตการณ์สำหรับผู้บัญชาการรถ) เข้าไปด้วย

ภาพของ Cupola สำหรับคนที่ไม่เข้าใจ


Panzer II Ausf. F (PzKpfw IIF)

ได้ทำการออกแบบต่อจาก Ausf. C มันถูกออแบบเป็นรถถังลาดตระเวณและทำหน้าที่ในบทบาทเช่นเดียวกับ Ausf. ก่อนๆ
ที่เปลี่ยนแปลงไปคือตัวถังส่วนหน้าทั้งหมดทำจากแผ่นเกราะชิ้นเดียวและออกแบบช่องมองด้านหน้าของรถใหม่ แถมได้ติดตั้งช่องมองดัมมี่เพื่อลดโอกาศที่พลปืนไรเฟิลสู้รถถังยิงจะยิงโดนช่องจริงด้วย(คิดได้ไงเนี่ย) ตัวถังได้ถูกออกแบบโดยใช้แผ่นเกราะเรียบหนาขนาด 35 มิลลิเมตรในด้านหน้า จุดสำคัญและตัวป้อมปืนเพิ่มขึ้นเป็น 30 มิลลิเมตรในด้านหน้า และเป็น 15 ในด้านข้างและหลัง และมีการปรับปรุงนิดหน่อยพร้อมกับติด Cupola จึงทำให้มันมีน้ำหนักเพิ่มไปเป็น 9.5 ตัน
จำนวน 524 คัน ถูกผลิตขึ้นตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 1941 จนถึงเดือนธันวาคม 1942 และมันเป็นรุ่นหลักรุ่นสุดท้ายของ PzII

Panzer II Ausf. D (PzKpfw IID)

รุ่นนี้ได้รับการเปลี่ยนระบบส่งกำลัง และเปลี่ยนมาใช้ล้อขนาาดใหญ่ 4 ล้อแทน Ausf D ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถถังทหารม้า(เท่มั้ยละ)สำหรับใช้ในการตามล่าและการลาดตระเวน
ตัวป้อมปืนยังคงใช้ป้อมเดียวกันกับ Ausf. C แต่ใช้ตัวถังใหม่เนื่องจากเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน มันได้ถูกติดตั้งเครื่องยนต์ Maybach HL62TRM แบบ 7 เกียร์ ตัวถังถูกออกแบบให้สั้นลงเหลือ 4.65 เมตร แต่กว้างขึ้นเป็น 2.3 เมตร และสูง 2.06 เมตร และเพิ่งความเร็วขึ้นไปที่ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง(ซิ่งมาก)

Panzer II Ausf. E (PzKpfw IIE)
เหมือนกันกับ Ausf. D แค่เพิ่มอุปกรณ์เสริมบางตัวนิดหน่อย(ถูกใจ สั้นดีจัง)

Ausf. D และ E ถูกผลิตขึ้นทั้งหมด 143 คัน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 1938 ถึงเดือนสิงหาคมปี 1939 โดย MAN และถูกใช้ในการรบที่โปแลน
พวกมันถูกปลดในเดือนมีนาคมปี 1940 หลังจากพบว่ามีสมรรถนะห่วยมากในทาง off-road (ฮ่วย)

Panzer II Ausf. J (PzKpfw IIJ)

(พวกเอ็งอย่านั่งบังรถได้มั้ยฟะ)
ตามคอนเซปสำหรับรถลาดตระเวนหุ้มเกราะ และกลายเป็นต้นแบบในการออกแบบ VK1601
Ausf. J ได้รับการอัปเกรดเกราะให้มากขึ้นกว่าเดิม(มาก) 80 มิลลิเมตรในด้านหน้า (โคตรหนา) 50 มิลลิเมตรในด้านข้างและด้านหลัง หลังคาและท้องรถได้ไป 25 มิลลิเมตร น้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 18 ตัน ติดตั้งเครื่งองยนต์ Maybach HL45P ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 31 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อาวุธหลักคือ ปืน KwK 38 L/55 ขนาดลำกล้อง 20 มิลลิเมตร
ถูกผลิตขึ้น 22 คัน โดย MAN ระหว่างเเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมปี 1942 ที่รู้คือ 7 คันได้ส่งมอบให้กับ กองพลยานเกราะที่ 12 ขณะประจำอยู่ในแนวรบด้านตะวันออก

Panzerkampfwagen II ohne Aufbau

คือ PzII ที่ถูกถอดป้อมปืนออกเพื่อใช้ในการขนส่ง ตัวช่วงล่างที่ไม่ได้นำไปผลิตเป็นปืนอัตราจรจะส่งเป็นดัดแปลงเป็นยานขนส่ง

Panzer II Flamm

Flamm (อ่านว่า เฟล็ม) หรือในอีกชื่อคือ Flamingo (อ่านว่า ฟลามิงโก เฮ้ย ใครตั้งฟะ) ถูกผลิตโดยใช้ Ausf. DและE เป็นต้นแบบ
โดยติดตั้ง ปืนกล MG34 ขนาดลำกล้องก็รู้ๆกันอยู่ (ขี้เกียจแล้ว) ในป้อมปืนและเครื่องฉีดไฟแบบควบคุมระะยะไกลสองกระบอกที่ด้านหน้าของรถ ยิงได้ 180 องศา

เครื่องฉีดไฟเหล่านี้ใช้ถังเชื้อเพลิงขนาด 320 ลิตรพร้อมกับไนโตรเจนแรงดันสูงอีก 4 ถัง โดยที่ถังไนโตรเจนได้ติดตั้งไว้ด้านข้างของตัวถัง (ด้านหลังเครื่องฉีดไฟ) โดยมีเกราะด้านหน้าหนา 30 มิลลิเมตร และ 14.5 ที่ด้านข้างและหลัง ส่วนป้อมปืนได้รับการเสริมเป็น 20 มิลลิเมตรที่ด้านข้างและด้านหลัง น้ำหนักโดยรวามอยู่ที่ 12 ตัน ความกว้างและยาวเพิ่มขึ้นเป็น 4.9 และ 2.4 เมตรตามลำดับ แต่ส่วนสูงลดลงเหลือเพียง 1.85 เมตร และใช้วิทยุ FuG2

ถูกผลิตขึ้น 155 คัน ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 1940 ถึงเดือนมีนาคมปี 1942 ในจำนวนนี้ 43 คันถูกสร้างโดยนำ Ausf. DและE ที่ถูกปลดไปแล้วมาดัดแปลง
เจ้า Flamm ถูกนำไปใช้ในแนวรบด้านตะวันออก แต่ไม่ค่อยจะดีนักเนื่องจากเกราะที่มีน้อย ในที่สุดก็ถูกปลดประจำการในเดือนธันวาคมปี 1941 (และทำไมมันดันทะลึงผลิตถึงปี 1942 ฟะ)

continue next part
กับ PzII ในฐานะปืนอัตราจรและรถต้นแบบในตระกูล PzII
avatar
Tonmai016
Silver Star
Silver Star

birth : 13/04/1996
Placement : GespensterDivision

http://tonmai016.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by Tonmai016 on Thu 29 Sep 2011 - 0:23

Part IV
Panzer II Variant Models 2

ยังอยู่กับ PzII เหมือนเดิมครับ

5 cm PaK 38 auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II

(Fahrgestell อ่านว่า ฟราห์-กิช-เต ละมั้ง ตัวนี้อ่านยาก ตัวย่อคือ Fgst, แปลว่าตัวถัง ส่วน auf(เอาฟ์) แปลว่าเกี่ยวข้อง ชื่อของมันจึงประมาณว่า ปืน PaK 38 ที่เกี่ยวกับตัวถังของ PzII)
เจ้านี้อยู่ในสายเดียวกันกับ Marder II ครับ ติดตั้งอาวุธหลักคือปืนสู้รถถัง PaK 38 L/60 ขนาดลำกล้อง 50 มิลลิเมตร โดยติดตั้งบนตัวรถของ PzII (ขอเปลี่ยนจากคำว่าช่วงล่างมาเป็นตัวรถนะครับ มันฟังแปลกๆ) อย่างไรก็ตาม ตามที่ผมบอกไว้ไหนตอนนที่ II ปืน PaK 38 มันมีประสิทธิภาพ ต่ำกว่าปืนขนาด 75 มิลลิเมตร จึงไม่เป็นที่นิยมและไม่มีข้อมูลว่าถูกดัดแปลงมาเป็นรุ่นนี้กี่คัน

7.62 cm PaK 36(r) auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II Ausf. D (Sd.Kfz. 132)

(อ้อผมลืมคำเต็มของ Sd.Kfz. ตัวเต็มคือ Sonderkraftfahrzeug อ่านว่า ซอน-ดาร์-คราฟ-ฟราห์-ซอย )
จากการแสดงออกของ Flamm ในทางที่ไม่น่าพอใจนัก พวกเขาจึงนำตัวรถส่วนที่เหลืออยู่ไปดัดแปลงโดยใส่ปืนสู้รถถังของโซเวียตที่ยึดมาได้ ตัวถังนั่นไม่ได้รับการดัดแปลงไปจากเดิม แต่ส่วนบนของรถได้รับการขยายขึ้นเพื่อรองรับปืนสู้รถถัง F22 ขนาดลำกล้อง 76.2 มิลลิเมตร ของโซเวียต (โดยใช้ชื่อเยอรมันว่า PaK 36(r) L/51.5)
และเนื่องจากเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะ หน้ามันจงค่อนข้างมีปัญหาเรื่องความสูงและเกราะ แต่อย่างไรก็ตาม มันมีพลังโจมตีมากกว่าอาวุธของฝ่ายเยอรมันเองในตอนนั่น

7.5 cm PaK 40 auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II (Marder II) (Sd.Kfz. 131)

แม้ว่า PaK 36(r) ขนาดลำกล้อง 76.2 มิลลิเมตร จะมีความสามารถสูงในการต่อสู้ แต่หลังจากนั่นไม่นานก็ได้เปลี่ยนมาใช้ปืนสู้รถถัง PaK 40/2 ขนาดลำกล้อง 75 มิลลิเมตร ซึ่งดีกว่าในทุกๆด้าน และที่สำคัญเป็นปืนเมดอินเยอรมันเอง(แหงละ ถ้าต้องไปตามยึดปืนเขามาสร้างคงดูแปลกๆ) โดยติดตั้งลงบนตัวรถของ Ausf. F มีการผลิตทั้งหมดจำนวน 576 คันตั้งแต่เดือนมิถุนายนปี 1942 ถึงเดือนมิถุนายนปี 1943 และมีอีก 75 คันถูกดัดแปลงเพิ่ม หลังจากหยุดสายการผลิตไปแล้ว การผลิตทั้งหมดดูแลโดย Daimler-Benz, FAMOและMAN และเนื่องจากออกแบบมาอย่างดีมันจึงมีส่วนสูงต่ำกว่า Sd.Kfz. 132
Marder II ได้กลายเป็นหนึ่งกุญแจสำคัญของกองทัพเยอรมันในทุกแนวรบจนสิ้นสุดส่งคราม (เจ๋งมาก)

Leichte Feldhaubitze 18 auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II (Wespe) (Sd.Kfz. 124)

หลังจากการทดสอบในการติดตั้งปืนสนับสนุน s.I.G. 33 แล้ว Alkett ได้ออกแบบ Wespe ขึ้นมาโดยออกแบบให้ติดตั้งปืนสนาม leichte Feldhaubitze(ไลเตอ เฟด-ฮอ-บิท-ซอ ย่อ le.F.H.) 18 M ขนาด 105 มิลลิเมตร ในตัวรถที่ได้รับการสร้างใหม่
ตัวรถ PzII ที่ถูงนำมาดัดเป็น Wespe นั่นได้กลายเป็น ปืนสนามอัตราจรขนาด 105 มิลลิเมตร ชนิดเดียวของกองทัพเยอรมัน และได้เข้าร่วมทุกสมรภูมิสำคัญ(นี้ก็ด้วย)
ถูกผลิตขึ้นทั้งหมด 676 คัน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ปี 1943 จนถึงเดือนมิถุนายนปี 1944 โดย FAMO

Munitions Selbsfahrlafette auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II

(Munitions อ่านว่า มา-นิ-ชั่น แปลว่ากระสุน, Selbsfahrlafette อ่านว่า เซิบส์-ฟราห์-ลา-เฟ-เตอ ย่อ Sf แปลได้ประมาณว่า ขับเคลื่อนด้วยตัวเอง ชื่อจึงน่าจะออกมาประมาณว่า กระสุนเคลื่อนที่ด้วยตนเอง(หลอน))
สร้างเพื่อที่จะสนับสนุน Wespe ในระหว่างปฏิบัติการ โดยสร้างจากตัวรถของ Wespe ที่ไม่ได้ทำการติดตั้งปืนลงไปพร้อมทั้งดัดแปลงให้กลายเป็นยานขนส่งกระสุน โดยสามารถขนย้ายกระสุน 105 มิลลิเมตร สำหรับ Wespe ได้ถึง 90 นัด อีกทั้งยังสามารถนำมาติดตั้งปืน le.F.H. 18 เพื่อกลายเป็น Wespe ได้(เอนกประสงค์จริง) ถูกผลิตขึ้น 159 คันพร้อมๆกับ Wespe

Panzerkampfwagen II mit Schwimmkörper

(mit อ่านว่า มิท แปลว่า ด้วย, Schwimmkörper อ่านว่า ชวิม-คอร์-เปอร์ แปลว่า ลอย ชื่อน่าจะแปลว่า PzII กับอุปกรณ์ลอยน้ำ)
หนึ่งในก้าวแรกของเยอรมันกับการสร้างยานพหานะสะเทินน้ำสะเทินบก โดยแค่ติดอุปกรณ์เสริมจาก Gebr Sachsenberg เพิ่มเข้าไป ซึ่งมันก็คือโป๊ะขนาดใหญ่สองลำติดกับด้านข้างของ PzII (โห คิดได้ละเนี่ย บ้านเราเอาบ้างดีมั้ย อิอิ)
ตัวรถได้จะถูกปิดผนึก(แหงละ เดี๋ยวน้ำเข้า) เพราะจึงต้องมีการดัดแปลงนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องของเครื่องยนต์และท่อไอเสีย (คิดว่าทหารเยอรมันคงไม่ได้อยากรมแก๊สตัวเองหรอกจริงมั้ย) ส่วนตัวโป๊ะนั่นถอดเข้าออกได้ (ติดไปรบคงเกะกะน่าดู) โดยถูกนำไปเข้าประจำการที่ กรมยานเกราะที่ 18 ในปี 1940 แต่เนื่องจากปฏิบัติการสิงโตทะเลถูกยกเลิก อุปกรณ์เสริมนี้จึงถูกส่งไปใช้ในแนวรบด้านตะวันออก

Panzer II Ausf. L (PzKpfw IIL) "Luchs"

(หันหน้ามาทางนี้หน่อยสิฟะ)
(Luchs อ่านว่า ลุคส์ เป็นชื่อแมวป่าชนิดนึง อ้อ เยอรมันเขาชอบตั้งชื่อรถบางคันด้วยชื่อสัตว์นะครับ โดบเฉพาะช่วงหลังๆ)
รถลาดตระเวนหุ้มเกราะเบาคันนี้ คือ Ausf. J ซึ่งเป็นPzII รุ่นเดียวที่ใช้สายพานแบบย่อนและล้อแบบซ้อน ถูกผลิตขึ้น 100 คัน จากเดือนกันยายนปี 1943 ถึงเดือนมกราคมปี 1944 และมีสี่คันที่ถูกดันแปลงเป็น Ausf. M ภายใต้ชื่อรหัส VK1301 และใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Panzerspähwagen II (อ่านว่า แพน-เซอร์-สเปียห์-วา-เก็น แปลว่า ยานเกราะสอดแนม) และได้ฉายาว่า Luchs ซึ่งเจ้า Luchs นี้มีสัดส่วนที่ใหญ่กว่า Ausf. G นั่นก็คือ 4.63 x 2.48 x 2.21 เมตร(ยาว x กว้าง x สูง) และติดตั้งตัวส่งกำลังถึง 6 ตัว สามารถทำความเร็วได้ถึง 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระยะทำการถึง 290 กิโลเมตร ส่วนการสื่อสื่อใช้วิทยุ FuG12 หรือไม่ก็ FuG Spr a พร้อมกับกระสุน 20 มิลลิเมตร 330 นัด และ กระสุน 7.92 มิลลิเมตร อีก 2250 นัด น้ำหนักโดยรวมอยู่ที่ 11.8 ตัน

Limited Edition, รุ่นทดลองและรถต้นแบบ

Panzer II Ausf. G (PzKpfw IIG)

สายพานแบบที่สี่และแบบสุดท้ายคือสายพานแบบของ Luchs แล้วมาบอกตรงนี้ทำไมนะหรอก ก็เพราะว่ามันถูกออกแบบตั้งแต่รถรุ่นนี้ โดยนำไปต่อยอดกับ Luchs
Ausf. G ถูกออกแบบด้วคอนเซปที่ต้องรถลาดตระเวนหุ้มเกราะเบาที่มีความเร็วสูงและลุยทาง off-road ได้อย่างดี ไม่มีข้อมูลว่ารถรุ่นนี้ได้ปฏิบัติการหรือไม่
และมีเพียง 12 คันเท่านั่นที่ถูกสร้างขึ้นระหว่างเดือนเมษายนปี 1941 ถึงเดือนกุมภาพันธ์ปี 1942 โดย MAN

Panzer II Ausf. H (PzKpfw IIH)
โดยที่ใช้ตัวรถของ Ausf. G โดยนำมาเพิ่มเกราะนิดหน่อย และเปลี่ยนระบบส่งกำลังไปเป็นแปบบเดียวกับ PzKpfw 38(t) nA
มีรถต้นแบบเพียงคันเดียวที่เสร็จในเดือนกันยายนปี 1942

Brückenleger auf Panzerkampfwagen II

(อ่านว่า บรุ๊ค-เคน-เล-เจียร์ แปลว่า ซ่อมสะพาน)
รถวางสะพานครับ รู้แค่ว่ามี 4 คันถูกส่งให้กองพลยานเกราะที่ 7 (มีข้อมูลแค่นี้อะ ยังดีที่มีรูป)

15 cm s.I.G. 33 auf Fahrgestell Panzerkampfwagen II (Sf)

มันคือปืนอัตราจรชุดแรกๆที่ถูกติดตั้งกับ PzII โดยตัวต้นแบบติดตั้งเข้ากับตัวถัง Ausf. B หลังจากพิจารณาดูสักพักก็รู้ว่ามันไม่ใช้อะ เลยเพิ่มความยาวของตัวถังและเพิ่มล้อเพื่อให้รองรับปืนสนับสนุน s.I.G 33 ขนาดลำกล้อง 150 มิลลิเมตรได้อย่างดี เนื่องจากปืนนั่นมีขนาดใหญ่ทำให้เกราะนั่นมีประมาณไม่มาก แถมไม่สูงพอจะปกป้องพลประจำรถด้วย แต่ก็ยังดีที่มีการเสริมแผ่นเกราะด้านหน้าตรงตัวปืน
มีแค่ 12 คันเท่านั่นที่ถูกผลิต ในระหว่างเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมปี 1941 เข้าประจำการที่ กองร้อยทหารราบปืนใหญ่ขนาดหนักที่ 707 และ 708 ในการรบที่แอฟริกาเหนือจนถึงปี 1943 เนื่องจากเยอรมันยอมแพ้ในตูนิเซีย

Bergepanzerwagen auf Panzerkampfwagen II Ausf. J

(อ่านว่า เบอร์-กา-แพน-เซอร์-วา-เกน แปลว่า รถถังกู้คืน)
รถซ่อมรถครับ ไม่มีบรรทึกการทำภาระกิจอย่างเป็นทางการ

Panzer II Ausf. M (PzKpfw IIM)

ใช้ตัวรถเดียวกันกับ Ausf. G แต่เปลี่ยนป้อมปืนให้ใหญ่ขึ้นเพื่อติดตั้งปืน KwK 39/1 ขนาดลำกล้อง 50 มิลลิเมตร ถูกสร้างขึ้นโดย MAN ในเดือนสิงหาคมปี 1942 ทั้งหมด 4 คัน ไม่มีบรรทึกเข้าประจำการ

VK1602 Leopard

เป็นรุ่นอัพเกรดจาก Luchs โดยใช้ปืน KwK 39/1 ขนาดลำกล้อง 50 มิลลิเมตร แทนอาวุธเดิมของ Luchs และยังเปลี่ยนเครื่องยนต์เป็น Maybach HL157P พร้อมกับตัวส่งกำลังมากถึง 8 ตัว ถึงตัวถังจะมีแบบมาจาก Luchs แต่ตัวถังของ Leopard จะออกไปทาง Panther มากกว่า (มันคืออะไร เดี๋ยวก็รู้ครับ) โดยด้านหน้าเป็นเกราะแบบเอียงโดยสมบูรณ์
โดยวางแผนการสร้างออกมาสองแบบ แบบแรกคันเล็กแต่เร็ว น้ำหนัก 18 ตัน แบบที่สองจะคันใหญ่กว่า โดยมีน้ำหนัก 26 ตัน โครงการนี้ถูกทิ้งร้างในตั้งแต่แรก เพราะมียานพาหนะสอดแนมที่ดีกว่าและสามารถปกป้องตนเองได้อยู่แล้วอย่าง PzIV และ PzV
รถรุ่นนี้ไม่ได้รับชื่ออย่างเป็นทางการแต่มันถูกเรียกว่า Leopard ส่วนป้อมปืนนั่นใช้ของ Sd.Kfz. 234/2 Puma

จบซะทีกับ Panzer II

continue next part
กับหนึ่งในหัวใจของ Blitzkrieg นั่นคือ Panzer III
avatar
Tonmai016
Silver Star
Silver Star

birth : 13/04/1996
Placement : GespensterDivision

http://tonmai016.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: คลังสรรพาวุธแห่งกองกำลัง Wehrmacht

ตั้งหัวข้อ by WanTaLeng on Sun 2 Oct 2011 - 21:49

ขอบคุณที่เอามาลงให้ดูกันครับ ยานยนต์ของฝั่งอักษะนี่แหล่มดีจริง ๆ จะคอยติดตามนะคับ Very Happy
avatar
WanTaLeng
Lucky Star
Lucky Star


ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ