ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Wed 11 Nov 2009 - 16:58

ช่วงนี้ข้าพเจ้าได้เรียนแค่วันอาทิตย์ วันธรรมดาเลยว่าง เลยมาลงข้อมูลให้ เผื่อมีคนต้องการข้อมูล...

เริ่มจากทางจีนกันครับ...




http://img689.imageshack.us/i/encksrifle1.jpg/

ไรเฟิลType Zhongzheng (中正式) เรียกอีกอย่าง Chiang Kai-shek ไรเฟิลและType (二四式) 24 หลังจากที่จีนจอมทัพ Chiang Kai-Shek(เจียง ไค เช็ค) ซื้อลิขสิทธิ์ Mauser Gewehr 98 จากผู้สร้าง Karabiner 98k. ก่อนการผลิต Chiang Kai-Shek ไรเฟิลเริ่มต้นใช้ในเดือนสิงหาคม 1935 (ปี 24 ปฏิทินสาธารณรัฐ, ดังนี้Type 24 จึงเปลี่ยนชื่อในภายหลังในภายหลังเป็น Zhongzheng) และได้ผลิตเพื่อใช้ในสงครามปลาย 1935 [1] แม้ว่า Hanyang 88 ไรเฟิลผลิตในจำนวนมากกว่า Zhongzheng ไรเฟิล และมาตรฐานการผลิต Zhongzheng ไรเฟิลก็มีกำลังผลิตที่น้อย เริ่มเริ่มใช้ระหว่าง สงครามSecond Sino-Japanese

(สงครามSecond Sino-Japanese = สงครามจีน-ญี่ปุ่น)

ใช้ในปี - 1935-1952
ใช้โดย - ฝ่ายรัฐบาล(เจียง ไค เช็ค),ฝ่ายคอมมิวนิสต์(เหมา เจ๋อ ตุง)
ใช้ในสงคราม - สงครามจีน-ญี่ปุ่น,สงครามกลางเมืองจีน(ช่วงปฏิวัติของกองทัพแดง),สงครามเกาหลี

ออกแบบเมื่อ - 1935
จากบริษัท - Kunghsien Arsenal, Hayang Arsenal, Jinglin Arsenal, Canton Arsenal(Arsenal = คลังแสง)
ผลิตในปี - 1935-1950
ผลิต - 500,000-600,000 กระบอก

หนัก - 4.08 กก.
ความยาวรวม - 1,100 มม.
ความยาวของลำกล้อง - 600 มม.

ขนาดกระสุน - 7.92x57 (กระสุนของMauser)
อัตราการยิง - 15นัด/1นาที โดยประมาณความเร็วปากกระบอกปืน - 810 เมตร/วิ (2656.8 ft/s)
ระบบ - โบลว์-แอคชั่น(ขึ้นลำกระสุน)
ระยะหวังผล - 500 ม.
การบรรจุกระสุน - 5 นัดด้วยตับกระสุน

Action VDO


(ความเห็น : มันคือ Kar98K ที่จีนทำดีๆนี่เอง....)

_______________________________________________




http://img25.imageshack.us/i/300pxhanyang88.jpg/

ไรเฟิลType 88 หรือที่เรียกว่า "Hanyang 88 ไรเฟิล" เป็นปืนยาวจีนที่ออกไปประจำการในระหว่างการปฏิวัติกองทัพ ช่วง สงครามSecond Sino-Japanese. ชื่อมาจากโรงงาน Hanyang (คลังแสง Hanyang)ที่ได้ผลิตไรเฟิลชนิดนี้. ไรเฟิลกระบอกนี้ สามารถติดดาบปลายปืนได้ เพื่อใช้สู้กับการโจมตีแบบพลีชีพของญี่ปุ่น(Banzai Charge). นอกเหรือจากนั้นมาตรฐานของไรเฟิลชนิดนี้ NRA ได้ทดสอบสมรรถณะแล้ว Chiang Kai-Shek ยังได้ลอกเรียนระบบการทำงานของปืนเยอรมันจากคลังแสง Hanyang เพื่อปรับปรุงสมรรถณะให้ดียิ่งขึ้น.

อาวุธประจำกายนี้ควรจะเป็นลิขสิทธิ์ของเยอรมัน Gewehr 88, แม้ว่าแบบเดิมจะด้อยประสิทธิภาพกว่า. เรื่องวิธีการที่เร่งรีบในการผลิต จึงลดความประณีตลง ไรเฟิลชนิดนี้ทหารจีนจึงต้องใช้ของที่ไม่ได้คุณภาพในการรบ และทางกองทัพ ยังไม่ได้เตรียมเนื้อเตรียมตัวที่จะทำสงครามเต็มรูปแบบเหมือนพวกญี่ปุ่น ไรเฟิลชนิดนี้นี้มีการใช้ในตลอดช่วงตลอด สงครามSecond Sino-Japaneseจนถึงตอนต้นในสงครามกลางเมืองจีน โรงงาน Hanyang ถูกปิดลงใน 1947.

สอดคล้องกับความคิดเห็นของทหารผ่านศึก NRA, ไรเฟิลType 88 ตัวอักษรที่พานท้ายปืน. ก็เพราะไรเฟิลชนิดนี้เมือ่เจอการโจมตีแบบสายฟ้าแลบ หรือที่เรียกว่า การโจมตีแบบพลีชีพ(Banzai Charge)ทำให้เสียเปรียบเมื่อเจอสถานการณ์แบบนั้น สมาชิกของเว็บไซต์ Donovan กล่าวเกี่ยวกับความประสิทธิภาพ(ทางลบ)ของType 88

"ไรเฟิลชนิดนี้ โดยพื้นฐานแล้ว ปืน Hangyang ของจีนไม่มีความปลอดภัยเลย ไม่ว่าใครจะเป็นคนยิง.ถ้าหากคุณต้องใช้ไรเฟิลนี้จริงๆ ผมแนะนำให้เอามันไปฟาดใส่ข้าศึกเสียจะดีกว่าและรอดูผล อีกอย่างผมว่านั่นคือไม้ที่เอาไว้ฟาดข้าศึกมากกว่า"







http://img94.imageshack.us/i/m1888hanyang.jpg/
http://img94.imageshack.us/i/hanyangbutt.jpg/
http://img94.imageshack.us/i/hanyanghanguard.jpg/
http://img94.imageshack.us/i/hanyangloading.jpg/
http://img17.imageshack.us/i/hanyangrecieverring.jpg/

ออกแบบโดย - German Rifle Commission
ออกแบบเมื่อ - 1888
จากบริษัท - Ludwig Loewe, Haenel, Steyr-Mannlicher, Imperial Arsenals of Amberg, Danzig, Erfurt, and Spandau, Hanyang Arsenal
รุ่นอื่นๆ - Gewehr 88/05, Gewehr 88/14, Karabiner 88

หนัก - 3.8 กก.
ความยาวรวม - 1,245 มม.
ความยาวของลำกล้อง - 740 มม.

ขนาดกระสุน - 7.92x57 (กระสุนของMauser)
ระบบ - โบลว์-แอคชั่น(ขึ้นลำกระสุน)
การบรรจุกระสุน - 5 นัดด้วยตับกระสุน

Action VDO


(ความเห็น : มันคือ Gewehr 1888 ที่จีนผลิตเช่นกัน ข้อมูลอย่างละเอียด ปืนนี้หายากครับ ปืนมันเก่ามากๆ เป็นว่าใช้ข้อมูลของ Gew 88 ก็ใกล้เคียงที่สุดล่ะ)


แก้ไขล่าสุดโดย siwawuth เมื่อ Mon 25 Jan 2010 - 17:42, ทั้งหมด 10 ครั้ง
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by seijiblaze on Wed 11 Nov 2009 - 17:14

อา เยี่ยมเลยฮะ =w=b

กำลังอยากได้ปืนอารมณ์นี้พอดีเลย ขอบคุณก๊ะ

...อ.วุธ....ถ้ายังไงเอามาแปะให้หมดเลยนะ ทุกประเภทเลย...

/เผ่น
avatar
seijiblaze
Golden Star
Golden Star

birth : 06/12/1993
Placement : นรก..ครับ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by ChawSpinNer on Wed 11 Nov 2009 - 18:27

นึกถึงปืน นศทเลยแหะ (ยูเอส คาบิล)
avatar
ChawSpinNer
Silver Star
Silver Star

Placement : หน้าจอคอม

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by pattanakorm on Wed 11 Nov 2009 - 18:34

ประวัติ ช่างละเอียดอะไร เช่นนี่
มีสาระดี กำจัดมหาชน จริง ๆ + +b

ขอบคุณที่ให้ ความรู้ครับ ว่้าง ๆ จะอ่านอย่างละเอียด เลยครับ
avatar
pattanakorm
Shooting Star
Shooting Star

birth : 16/06/1993
Placement : ที่ ที่มี เพื่อน ๆ ทุกคน

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by trio-jam on Wed 11 Nov 2009 - 20:26

เพิ่งเคยได้เห็นกระสุน ปลย.88 นะนั่น ใหญ่เอ้กเลย

แล้วนี่ของ ปลย.87 มันไม่ใหญ่กว่านี้เรอะ???

จะว่าไป...มันชวนให้นึกถึง รด. เนอะ เหอๆๆๆ

(ปล.ขออภัยในความมั่วของชื่อปืน เพราะสติสัมปัชชัญญะระลึกได้แค่นี้แต๊ๆ)

_________________

Credit by : toei

How to be a successful man:

"-Shut up and do it-"

PS.Bluffing is useless. Try another tactics. Got it?
avatar
trio-jam
InW
InW

Placement : ณ กองเพลิง(เผา?)

http://trio-jam.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by izeee on Wed 11 Nov 2009 - 20:47

น่าสนดีครับ ลองหามาให้ดูของทุกชาติได้ป่าวครับ อยากรู้
avatar
izeee
Silver Star
Silver Star

birth : 10/02/1995
Placement : สักที่แหละนะ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by prim_15505 on Wed 11 Nov 2009 - 21:31

โหยยย...รายละเอียดแน่นจิงๆทั่นวุธ
avatar
prim_15505
InW
InW

birth : 19/05/1991
Placement : บ้านปริศนาใกล้ๆต้นไม้โลก

http://prim15505.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by YunozukaE on Thu 12 Nov 2009 - 1:24

เหมือนว่าท่านวุท จะชอบสงครามมากๆเลย....
avatar
YunozukaE
Lucky Star
Lucky Star

birth : 17/11/1988
Placement : ~ตามแต่ใจจะโหยหา~ >w<

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Thu 12 Nov 2009 - 15:49

เอาของจีนมาลงต่อ...(ไม่เชิงจีนหรอก แต่จีนก็ผลิตด้วย)






http://img109.imageshack.us/i/p1180189.jpg/
http://img109.imageshack.us/i/800pxmauserc96m1916red9.jpg/
http://img109.imageshack.us/i/761pxmauserc96m1916red4.jpg/
http://img109.imageshack.us/i/picture203255115024.jpg/

Mauser C96 (Construktion 96) เป็นปืนพกกึ่งอัตโนมัติแบบดั้งเดิมที่ผลิตโดยผู้ผลิตอาวุธของเยอรมัน Mauser 1896-1937 ซึ่งไม่มีใบอนุญาตการผลิตแต่ก็ถูกผลิตอยู่ในสเปนและจีนในช่วงต้นของคริสต์ศตวรรษที่ 20

ลักษณะเด่นของ C96 คือแม็กอยู่ข้างหน้าไกปืน กระบอกยาว ที่ประทับไหล่ไม้ซึ่งสามารถใช้เป็นซองปืน และด้ามปืนรูปร่างเหมือนด้ามไม้กวาด ลักษณะเด่นของปืนนั้นได้รับฉายาว่า "Broomhandle(ด้ามไม้กวาด)" ในกลุ่มที่ใช้ภาษาอังกฤษอังกฤษ และในประเทศจีน C96 ได้ชื่อเล่นว่า "ปืนใหญ่ใส่กล่อง" (จีน:盒子炮; pinyin: hézipào) เพราะมีแม็กภายในเป็นทรงจตุรัส และสามารถใส่ในซองที่ลักษณะเหมือนกล่องไม้ ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่ประทับไหล่ได้อีกด้วย
(บทนี้ เครดิตคุณ Red_Romanov ช่วยแปลครับ ขอบคุณมาก...^^)

Mauser C96 มีที่ประทับไหล่ ลำกล้องยาวและกระสุนความเร็วสูง, มีหลากหลายกว่าและอำนาจการทะลุทะลวงดีกว่าปืนพกมาตรฐานอื่นๆ ตลับ Mauser 7.63x25mm สามารถผลิตได้เร็วในเชิงพาณิชย์กระสุนปืนพกในสงครามจนมาถึงรุ่นของกระสุน .357 Magnumในปี 1935

ประมาณ 1 ล้านกระบอก ปืนพก C96 ถูกผลิตโดย Mauser เพียงลำพัง มีหมายเลขผลิตในสเปนและจีนเป็นจำนวนมากแต่ไม่ทราบเนื่องจากการสูญเสียที่ไม่ได้มีอยู่หรือค่าบำรุงรักษาต่ำของบันทึกการผลิตจากประเทศเหล่านั้น

รูปแบบ - ปืนพกเซมิ-ออโต้,ปืนพกออโต้
ผู้ริเริ่ม - เยอรมัน

ใช้ในปี - 1899-1961
ใช้โดย - ทั่วโลก
ใช้ในสงคราม - Second Boer War, Anglo-Irish War, WWI, WWII, Spanish Civil War, Second Sino-Japanese War, Chinese Civil War, Korean War.

ออกแบบโดย - Feederle brothers (Fidel, Friedrich, and Josef)
ออกแบบเมื่อ - 1895
ผู้ผลิต - Mauser
ผลิตในปี - 1896-1937
การเพิ่มสมรรถณะ - "full sized" C96 (standard model) - แบบมาตรฐาน
"Bolo" (short barrel, small grip) - ลำกล้องสั้น,ด้ามจับเล็ก
"Red 9" (9 mm chambering) - กระสุน 9 มม.
M712 "Schnellfeuer" (full-automatic) - การยิงแบบออโต้

น้ำหนัก - 1.13 kg. (39.9 oz)
ความยาว - 312 mm. (12.3 นิ้ว) (pre-Bolo)
271 mm. (10.7 นิ้ว) (post-Bolo)
ความยาวของลำกล้อง - 140 mm. (5.5 นิ้ว) (pre-Bolo)
99 mm. (3.9 นิ้ว) (post-Bolo)

กระสุน - 7.63x25 mm. Mauser
9x19 mm. Parabellum
.45 ACP (China)
9 mm. Mauser Export (rare)
8.15mm Mauser (experimental)
ระบบ - ลูกเลื่อนถอยหลัง
ความเร็วปากกระบอกปืน - 425 m/s (1,394 ft/s)
ระบบการป้อนกระสุน - 6,10 จากตับกระสุน หรือ 20 นัด จากแม็กกาซีน หรือ 40 นัด จากแม็กกาซีน(ผลิตกันเอง)
ศูนย์ปืน - ศูนย์เล็งข้างหน้ารูปตัว V มีมาตรวัด สามารถปรับระยะได้ถึง 1000 ม.




Action VDO


http://img257.imageshack.us/i/c96sight.jpg/
http://img109.imageshack.us/i/mauserc96.jpg/

(ความเห็น : ปืนนี้มีใช้หลากหลายมาก เพราะกำลังการผลิตสูง พบได้ทั่วไปในฝั่งแปซิฟิก ใช้ตังแต่ทหารยศสูงๆ จนถึงชาวบ้านธรรมดา [สมัยก่อน C96 ก็มีประจำการในประเทศไทยนะ] และจะพบเห็นบ่อนในหนังมาเฟียจีน)
_________________________________________________





http://img258.imageshack.us/i/zb261.jpg/
http://img258.imageshack.us/i/zb262.jpg/
http://img258.imageshack.us/i/zb30.jpg/

Vz ZB. 26 เป็นปืนกลเบาที่ผลิตโดย Czechoslovak(เชคโกสโลวาเกีย) ปืนกลเบาชนิดนี้เริ่มพัฒนาขึ้นเมื่อปี 1920s ซึ่งสามารถผลิตและจำหน่ายให้แก่หลายๆประเทศได้. จะพบบ่อยในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและ ทำให้เกิดรุ่นต่อมาของZB 26 เป็น ZB 27 vz. 30 และ vz. 33. Vz , ZB. 26 มีอิทธิพลต่อการออกแบบปืนกลเบาอื่นๆรวมทั้งการออกแบบ FM 24/29 LMG , Bren และ Type 99 Light Machine ปืน. ZB-26 มีชื่อเสียงของความน่าเชื่อถือ เพราะ สามารถ ถอดและประกอบได้ง่าย ลำกล้องปืนสามารถปลี่ยนแปลงและความสะดวกในการผลิต.
(คุณRed_Romanov ช่วยอีกแล้ว ขอบคุณอีกครั้งครับ...^^)

ชนิด - ปืนกลเบา
ใช้ในประเทศ - หลายประเทศทั่วโลก
ใช้ในสงคราม - Second Sino-Japanese War,World War II, Korean War, Chinese Civil War, Spanish Civil War และที่อื่นๆ

ออกแบบในปี - 1923
ผลิตในปี - 1928-1945
รุ่นพัฒนา - ZGB 30 Bren

น้ำหนัก - 10.5 kg. (23.15 ปอนด์)
ความยาว - 1150 mm. (45.3 นิ้ว)
ความยาวลำกล้อง - 672 mm. (26.5 นิ้ว)

กระสุน - 7.92x57 mm. Mauser
ระบบ - ลั่นกระสุนด้วยแก๊ส,tilting breechblock
ความเร็วปากกระบอกปืน - 744 m/s (2,441 ft/s)
ระยะหวังผล - 1000 ม.
การป้อนกระสุน - 20 นัด จากแม็กกาซีน
ศูนย์ปืน - ศูนย์วงแหวนข้างหน้าและหลัง

Action VDO


(ความเห็น : เป็นรุ่นต้นแบบของปืนกลเบาหลายๆชนิด เช่น Type96,Type99 Bren หรือปืนหลายๆอย่างที่ใส่แม็กกาซีนข้างบนนั่นแหละ...)


แก้ไขล่าสุดโดย siwawuth เมื่อ Fri 27 Nov 2009 - 11:48, ทั้งหมด 8 ครั้ง
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by Red_Romanov on Thu 12 Nov 2009 - 16:18

โอ้ว แปลให้นิดนึงกะว่าเอาแค่ความเข้าใจ แต่กลายเป็นว่าเอามาแปะซะได้ =w=
แต่ประโยคที่ไม่ได้แปลให้คงเอาจากที่อื่นมาทั้งยังงั้นเลยสินะนั่น ผิดเพียบเลยแฮะ

Spoiler:
แปลใหม่
ลักษณะเด่นของ C96 คือแม็กอยู่ข้างหน้าไกปืน กระบอกยาว ที่ประทับไหล่ไม้ซึ่งสามารถใช้เป็นซองปืน และด้ามปืนรูปร่างเหมือนด้ามไม้กวาด ลักษณะเด่นของปืนนั้นได้รับฉายาว่า "Broomhandle(ด้ามไม้กวาด)" ในกลุ่มที่ใช้ภาษาอังกฤษอังกฤษ และในประเทศจีน C96 ได้ชื่อเล่นว่า "ปืนใหญ่ใส่กล่อง" (จีน:盒子炮; pinyin: hézipào) เพราะมีแม็กภายในเป็นทรงจตุรัส และสามารถใส่ในซองที่ลักษณะเหมือนกล่องไม้ ซึ่งเป็นอันเดียวกับที่ประทับไหล่ได้อีกด้วย

เท่าที่เห็นแปลมานี่มีคำกำกวมเพียบเลยฮะ แนะนำว่าอ่านให้รู้ความหมายและใจความ แล้วเรียบเรียงใหม่ตามภาษาตัวเองดีกว่านะฮะ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

เรื่องปืนนี่พอรู้อยู่บางรุ่นเพราะเคยเขียนการ์ตูนที่ต้องใช้ปืนด้วย อย่าง FN MAG หรือ M79 บางทีก็เคยอ่านเพิ่มเติมไปจนถึงปืนยิงระเบิดที่ใช้ติดกับปืนกลด้วย
avatar
Red_Romanov
Golden Star
Golden Star

birth : 12/05/1989
Placement : ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ...

http://red-romanov.deviantart.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Thu 12 Nov 2009 - 16:26

ครับ พยายามอยู่ครับ แต่ศัพเฉพาะมันเยอะมาก คนแปลเลยต้องมีประสบการณ์หน่อย ถึงจะแปลได้ดี(ผมเพิ่งหัดแปลการ์ตูน ข้อความ อะไรทำนองนี้ครับ)

แต่ยังไงก็ขอบคุณจริงๆครับ คุณRed_Romanov ไม่งั้นตาเหลือกกับบทนั้นอีกนานเลย เหอะๆ
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by Angel_Benten on Thu 12 Nov 2009 - 16:59

โอ้ว..ปืน ปืนท้างน้าน

ดาบ!! ขอดาบมั่งสิค่ะ อยากดูดาบ
avatar
Angel_Benten
Golden Star
Golden Star

birth : 19/03/1991

http://00uki00uki.hi5.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Thu 12 Nov 2009 - 18:34

มาลงอาวุธยุทโธปกรณ์ของญี่ปุ่นครับ...

อาวุธปืนแห่งกองทัพมหาจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง
WWII Gun of the japanese imperial army



http://img130.imageshack.us/i/covertb.jpg/



ปืนพก (Pistols)




http://img29.imageshack.us/i/jpistols6.jpg/

ไทป์ 26 (Type 26)





http://img29.imageshack.us/i/p26p.jpg/
http://img190.imageshack.us/i/model26.jpg/

http://img29.imageshack.us/i/type2600.jpg/
เป็นปืนพกแบบแรกสุดที่ออกแบบและผลิตโดยกองทัพญี่ปุ่น และนับเป็นปืนลูกโม่แบบแรกที่กองทัพญี่ปุ่นออกแบบและผลิตเองด้วย ในกองทัพญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สองไทป์26 ถูกใช้โดยทหารม้า หรือทหารเหล่าอื่นๆ เช่นพลประจำรถถัง,พลประจำเรือ ไทป์26ถูกใช้ไปจนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง
ปีที่ผลิต 1893
คาลิเบอร์ 9มม.
ความยาวลำกล้อง 120มม.
ความยาวทั้งหมด 230มม.
น้ำหนัก 927กรัม
บรรจุ 6นัด
จำนวนที่ผลิต 59,200 กระบอก



ไทป์ 14 นัมบุ (Type 14 Nambu)






http://img190.imageshack.us/i/jappistolnambu.jpg/
http://img29.imageshack.us/i/nambu.jpg/
http://img190.imageshack.us/i/p14q.jpg/

หากเอ่ยถึงปืนพกของญี่ปุ่นแล้วส่วนใหญ่ทุกคนจะต้องนึกถึงเจ้าปืนกระบอกนี้เป็นกระบอกแรก ไทป์14 นัมบุมักเรียกกันสั้นๆว่าปืนพกนัมบุ (ฝรั่งออกเสียงว่าแนมบุ) ถึงแม้ใครๆดูแล้วจะหาว่าหน้าตาคล้ายปืนพกลูเกอร์ พีโอแปด(Luger P08) แต่โครงสร้างภายในของปืนทั้งสองแบบนี้ไม่เหมือนกัน รุ่นที่14นี้ไม่ใช่รุ่นแรกสุด รุ่นแรกสุดของปืนนัมบุคือ รุ่น 1904 (nambu model 1904) ปืนนัมบุนั้นผู้ออกแบบคือ พันเอกคิจิโร่ นัมบุ(Kijiro Nambu) โดยพันเอกคิจิโร่เป็นผู้ออกแบบอาวุธทั่วไปของกองทัพญี่ปุ่น เช่นปืนกลหนักไทป์38และปืนกลเบาไทป์11 ซึ่งปีที่ออกแบบนัมบุกระบอกแรกคือปี1904 แต่ก็ยังไม่ได้เข้าประจำในกองทัพบก แต่ก็ถูกผลิตด้วยกองทัพเรือในปี 1915
พอถึงปี1925 พันเอกคิจิโร่ก็ได้ออกแบบปืนพกนัมบุที่ปรับปรุงจากรุ่นแรกในชื่อ ไทป์14 และได้ถูกนำเข้าประจำการในกองทัพบกญี่ปุ่นซึ่งในช่วงแรกยังสั่งซื้อในจำนวนน้อย แต่ต่อมาก็สั่งมากขึ้นๆ (สงสัยเพราะเริ่มทำสงครามละ) ปืนพกนัมบุนับเป็นปืนพกที่ดีมันถูกใช้โดยนายทหารและสารวัตรทหารญี่ปุ่นตลอดช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
ปีที่ผลิต 1925
คาลิเบอร์ 8มม.
ความยาวลำกล้อง 117มม.
ควมยาวทั้งหมด 230มม.
น้ำหนัก 900กรัม
แม็กกาซีนบรรจุ 8นัด
จำนวนที่ผลิต 280,000กระบอก

Action VDO



ไทป์ 94(Type 94)






http://img190.imageshack.us/i/p94c.jpg/
http://img29.imageshack.us/i/t94149righta.jpg/
http://img190.imageshack.us/i/type94a.jpg/

ถึงแม้ปืนพกนัมบุจะถูกใช้กันแพร่หลายในกองทัพญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นพลขับรถถังหรือนักบิน แต่กองทัพญี่ปุ่นก็ยังได้พัฒนาปืนพกใหม่ที่ใช้กระสุนปืนเหมือนปืนนัมบุขึ้นมา นั้นคือปืนพกไทป์94กระบอกนี้ แต่ไทป์94จะมีขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่านัมบุ แม้ไทป์94จะบรรจุกระสุนได้น้อยกว่าปืนนัมบุ(น้อยกว่าไป2ลูก) แต่ไทป์94ก็ถูกผลิตออกมามากมาย
ปีที่ผลิต 1934
ความยาวลำกล้อง 95มม.
ความยาวทั้งหมด 180มม.
น้ำหนัก 720กรัม
แม็กกาซีนบรรจุ 6นัด




ปืนไรเฟิล(Rifle)




http://img190.imageshack.us/i/4japtype99andarisakacar.jpg/


อาริซากะ ไทป์38 (Arisaka Type38 Rifle)



http://img190.imageshack.us/i/t38cav70.jpg/

ปืนไรเฟิลมาตรฐานของกองทัพญี่ปุ่น ใช้ระบบปฏิบัติการแบบโบวล์-แอ็คชั่น(ลูกเลื่อน) นับเป็นปืนไรเฟิลที่มีประสิทธิภาพสูงแบบหนึ่ง และถูกพบเห็นเป็นจำนวนมากในจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือช่วงที่ญี่ปุ่นเริ่มบุกในตอนต้นๆและในสมรภูมิแปซิฟิกนั้นเอง แต่เมื่อใช้จริงในสงครามกองทัพญี่ปุ่นก็พบว่ากระสุนของมันยังอ่อนอานุภาพเกินไป จึงได้มีการผลิตไรเฟิล ไทป์99ที่ใช้กระสุน7.7มม.ที่มีอานุภาพมากกว่า
ปีที่ผลิต 1905
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 797มม.
ความยาวทั้งหมด 1,280มม.
น้ำหนัก 3.95กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 765เมตร/วินาที
ระยะยิง 3,000เมตร
บรรจุ 5นัด
จำนวนที่ผลิต 3,400,000กระบอก

Action VDO


อาริซากะ ไทป์38 คาร์วาลี่ (Arisaka Type38 Carvalry Rifle)




http://img211.imageshack.us/i/jap4h.jpg/

เป็นอาริซากะไทป์38 เวอร์ชั่นลำกล้องสั้นที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในหมู่ทหารม้าโดยเฉพาะ แต่ก็ไม่ใช่มีแต่ทหารม้าเท่านั้นที่ใช้เพราะยังมี ทหารช่าง,ทหารพลาธิการและทหารหน่วยอื่นๆในแนวหลังใช้ด้วย
ปีที่ผลิต 1905
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 487มม.
ความยาวทั้งหมด 966มม.
น้ำหนัก 3.3กก.
บรรจุ 5นัด


ไทป์ 44 คาร์วาลี่ (Type 44 Cavalry Rifle)




http://img190.imageshack.us/i/jap1q.jpg/

ปืนไรเฟิลของอาริซากะสำหรับทหารม้าญี่ปุ่นอีกแบบหนึ่ง ที่มีลักษณะคล้ายไทป์ 38 คาร์วาลี่มาก แต่ต่างกันก็ตรงที่ไทป์ 44ผลิตทีหลังและ มีดาบปลายปืนที่สามารถพับเก็บไว้ในตัวได้ติดอยู่ที่ตอนปลายของปืน แม้แต่ความยาวและข้อมูลก็ยังเหมือนๆกันอีก
ปีที่ผลิต 1911
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 487มม.
ความยาวทั้งหมด 966มม.
น้ำหนัก 3.3กก.
บรรจุ 5นัด


ปืนซุ่มยิง ไทป์97 (Type 97 sniper rifle)




http://img211.imageshack.us/i/type9770.jpg/

ไทป์97ก็คือปืนไรเฟิลอาริซากะไทป์ 38 เพียงแต่นำกล้องเล็งมาติดมันจึงกลายเป็นปืนสำหรับพลซุ่มยิงนั้นเอง (ข้อมูลก็ยังเหมือนกันอีก)
ปีที่ผลิต 1937
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 797มม.
ความยาวทั้งหมด 1,280มม.
น้ำหนัก 3.95กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 765เมตร/วินาที
ระยะยิง 3,000เมตร
บรรจุ 5นัด


อาริซากะ ไทป์99 (Arisaka Type99 rifle)




http://img211.imageshack.us/i/jap77rif.jpg/

ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่ากระสุนของไทป์38นั้นเล็กและอ่อนอานุภาพเกินไป กองทัพญี่ปุ่นจึงได้ประดิษฐ์ปืนไรเฟิลที่สามารถใช้กระสุนที่ใหญ่และรุนแรงกว่าเดิม กระสุนที่ถูกเลือกก็คือกระสุนขนาด7.7มม. แต่ปืนไทป์99ก็ยังใช้โครงสร้างของไทป์38ตัวเดิม ไทป์99สามารถติดศูนย์เล็งต่อสู้อากาศยาน(ที่ยิงไม่ค่อยโดนเพราะเครื่องบินมะกันตอนหลังๆบินเร้วเร็ว) และมีขาตั้งที่มีลักษณะคล้ายลวดซึ่งสามารถพับเก็บได้ และยังมีการนำกล้องเล็งมาติดทำให้กลายเป็นปืนซุ่มยิงไทป์99 (Type 99 Sniper rifle) กองทัพญี่ปุ่นนำไทป์ 99ทดแทนไทป์ 38 เมื่อสงครามในแปซิฟิกเริ่มขึ้น แต่ทหารญี่ปุ่นบางส่วนก็ยังคงได้ใช้ไทป์38ต่อไปอยู่บ้าง ไทป์99ถูกกองทัพญี่ปุ่นใช้ไปจนสิ้นสุดสงคราม



http://img190.imageshack.us/i/num800g.jpg/

ปีที่ผลิต 1939
คาลิเบอร์ 7.7มม.
ความยาวลำกล้อง 657มม.
ความยาวทั้งหมด 1,120มม.
น้ำหนัก 3.7กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 730เมตร/วินาที
ระยะยิง 3,500เมตร
บรรจุ 5นัด

Action VDO



ปืนในตระกูลทีร่า (TERA Rifles)





http://img211.imageshack.us/i/gunpic12.jpg/

กองทัพญี่ปุ่นได้ออกแบบปืนไรเฟิลชนิดพิเศษสำหรับทหารพลร่มญี่ปุ่น เรียกว่าปืนไรเฟิลทีร่าซึ่งสิ่งที่พิเศษของปืนตระกูลนี้ก็คือมันสามารถถอดออกได้ โดยแยกออกเป็น2ส่วน สามารถทำการถอดและใส่ใหม่ได้อย่างง่ายดาย สร้างความสะดวกให้แก่เหล่าพลร่มญี่ปุ่นมาก ปืนในตระกูลทีร่ามีอยู่สามแบบได้แก่ ไทป์1,2และไทป์100 โดยสองแบบหลังอาศัยพื้นฐานมาจากไรเฟิลอาริซากะ ไทป์99 ส่วนไทป์1อาศัยพื้นฐานมาจากไรเฟิลทหารม้าไทป์44 ดังนั้นไทป์1จึงไม่สามารถถอดแยกออกได้ ไทป์1จึงไม่ได้ใช้ในการรบจริงเพราะสู้ไทป์ 2ที่สามารถถอดออกไม่ได้



http://img190.imageshack.us/i/19203401.jpg/

ปืนไรเฟิลทดลอง (Experimental Automatic Rifles)



http://img211.imageshack.us/i/t5rifle.jpg/

หลังจากโดนอเมริกันยิงด้วยปืนกึ่งออโต้แบบเอ็ม 1กาแรนด์ซะพรุนญี่ปุ่นก็มีความคิดที่จะทำปืนกึ่งอัตโนมัติออกมาบ้าง จึงเริ่มทำการทดลองสร้างโดยก็อปปี้ปืนกาแรนด์มาซะส่วนใหญ่ แต่น่าเสียดายที่ยังวิจัยไม่ทันเศร็จสงครามก็สงบลงซะก่อน ที่โครงการล่าช้าก็มาจากปัญหาเรื่องกระสุนที่ไม่รู้ว่าควรใช้แบบใดดี และในช่วงท้ายสงครามวัตถุดิบก็มีไม่เพียงพอจึงไม่รู้ว่าควรจะเอาอะไรมาทำปืนดี ทำให้ปืนกระบอกนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นมาจริงๆได้ ตัวปืนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียงหลักฐานที่แสดงถึงความพยายามที่จะพัฒนาอาวุธของญี่ปุ่นจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย




http://img190.imageshack.us/i/h1236new.jpg/



ปืนกลมือ (Sub-Machine Gun)





http://img211.imageshack.us/i/japsubs.jpg/


ก่อนจะผลิตปืนกลของตนเอง
ก่อนที่ญี่ปุ่นจะผลิตปืนกลของตัวเองนั้นคือไทป์ 100 ญี่ปุ่นได้ซื้อปืนกลจากประเทศเยอรมันและสวิตเซอร์แลนด์ โดยในญี่ปุ่นเรียกปืนกลเหล่านี้รวมๆว่าปืนกลเบิรก์มานหรือแบกมัน(Bergmann) โดยได้ซื้อปืนกลเบิร์กมาน ซิก 1920 (Bergmann Sig 1920)มาจากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งปืนแบบนี้ได้ลิขสิทธิ์การผลิตมาจากปืนกลเบิร์กมาน เอ็มพี18ของเยอรมัน(ก็อปมาว่างั้น) ส่วนปืนกลอีกแบบที่ญี่ปุ่นซื้อมาใช้ก็คือ MP34/I จากเยอรมัน
ปืนกลเบิร์กมานส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธหลักของหน่วยยกพลขึ้นบกพิเศษ(SNLF=Special Naval Landing Force) ในช่วงสงครามระหว่างจีน-ญี่ปุ่น(Sino-Japanese War) ปืนกลเบิร์กมานเป็นอาวุธที่มีประโยชน์มากสำหรับSNLF สำหรับการรบในกรุงเซี่ยงไฮ้(battle of the Shanghai Incident)

ปืนกลมือไทป์ 100(Type 100 Sub-Machine Gun)




http://img190.imageshack.us/i/100smg.jpg/

ไทป์100เป็นปืนกลมือที่ญี่ปุ่นผลิตเองภายใต้โครงสร้างของปืนกลตระกูลเบิร์กมาน ถูกออกแบบและผลิตโดยโรงงานผลิตอาวุธนัมบุ (Numbu Arms Manufacturing Company)เป็นปืนระบายความร้อนด้วยอากาศ(air cooled) ใช้ระบบปฏิบัติการโบวล์แบ็ก(blowback operationed) ตัวปืนทำด้วยโครเมียมคุณภาพสูง ใช้กระสุน 8มม.นัมบุเช่นเดียวกับปืนพกนัมบุ ไทป์100เป็นปืนกลที่มีความสามารถหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ติดดาบปลายปืนที่ใต้ลำกล้องได้,ติดขาทราย(ดังภาพบน) และมีมัชเซิ่ลเบรคที่ปากลำกล้องลดการแรงสะท้อนของปืน ไทป์100เริ่มถูกนำมาใช้ในกองทัพญี่ปุ่นในปื1942 สร้างความประหลาดใจให้แก่ฝ่ายพันธมิตรมาก เช่นเดียวกับปืนกลมือ เอ็มพี40ของเยอรมันที่มีอยู่ทุกหนแห่งในสนามรบ



http://img211.imageshack.us/i/t1002.jpg/

ไทป์100ถูกใช้ในหน่วยพลร่มญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงได้มีการสร้างไทป์100รุ่นสำหรับพลร่ม(Type100 Paratroop Model)โดยเฉพาะ ซึ่งมีความพิเศษกว่ารุ่นปกติก็คือสามารถพับเก็บลำกล้องและพานท้ายได้(ดังรูป) ทหารพลร่มใช้ไทป์100ในการรบที่ปาเลมบัง(Palembang) ตอนใต้ของหมู่เกาะสุมาตรา,เลเต้(Leyte)ฟิลิปปินส์ และหมู่เกาะโอกินาว่า(Okinawa)



http://img190.imageshack.us/i/t100z.jpg/

จากสถานการณ์สู้รบในช่วงปี1944 ทำให้การผลิตไทป์100ต้องกระทำให้ง่ายขึ้น เพื่อให้ทันป้อนเข้ากองทัพที่มีความต้องการปืนกลมือเป็นจำนวนมาก จึงกำเนิดไทป์100โมเดล 1944 ที่ได้ลดความปราณีตลงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ก็ทำจากเหลืกคุณภาพต่ำ รอยเชื่อมบนตัวปืนไม่เนียน(อ็อกไม่ดีว่างั้น) และได้ปรับอัตรายิงให้สูงขึ้นถึง 800นัด/นาทีเมื่อญี่ปุ่นพ่ายแพ้ในปี1945 มีปืนไทป์100เวอร์ชั่นนี้ถูกผลิตออกมาแล้ว 30,000กระบอก ปืนกลที่เหลือถูกเตรียมไว้เพื่อการรบบนผืนแผ่นดินใหญ่ญี่ปุ่น นับว่าไทป์100เป็นปืนกลมือที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น (ก็แหงละผลิตมารุ่นเดียวนี่หว่า 5555)
ปีที่ผลิต 1940
คาลิเบอร์ 8มม.
ความยาวลำกล้อง 240มม.
ความยาวทั้งหมด 900มม.
น้ำหนัก 3.9กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 370เมตร/วินาที
อัตรายิง 450นัด/นาที
จำนวนผลิต 2,000กระบอก
บรรจุ 30นัด




ปืนกลเบา (Light Machine Gun)




http://img211.imageshack.us/i/usmcctarawap7a.jpg/



ไทป์ 11 (Type 11 Light Machine Gun)



http://img211.imageshack.us/i/15bjapanesemgunlge.jpg/

ปืนกลเบาแบบแรกที่ญี่ปุ่นออกแบบและสร้างเอง ไทป์11ใช้กระสุนแบบเดียวกับปืนยาวอาริซากะไทป์ 38 แถมระบบการป้อนกระสุนก็ไม่เหมือนชาวบ้าน เพราะไทป์11ใช้คลิปกระสุน 5นัดของไทป์ 38โดยต้องใส่ลงไปทั้งหมด 6คลิป (6* 5 ได้30นัด) โดยป้อนคลิปกระสุนลงไปทางกล่องตรงกลางที่อยู่ด้านซ้ายของปืน(เห็นเด่นเป็นสง่า) ไทป์ 11นับเป็นปืนกลที่มีการทำงานที่ซับซ้อน ไทป์11ถูกใช้อย่างกว้างชวางในจีนและแปซิฟิก
ปีที่ผลิต 1922
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 443มม.
ความยาวทั้งหมด 110ซม.
น้ำหนัก 10.2กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 730เมตร/วินาที
อัตรายิง 500นัด/นาที(สูงสุด) 120นัด/นาที(ปกติ)
บรรจุ 30นัด


ไทป์ 96 (Type 96 Lignt Machine Gun)




http://img190.imageshack.us/i/japlight.jpg/
ปืนกลเบาที่โด่งดังอีกแบบหนึ่งของญี่ปุ่น เป็นปืนกลเบาที่สร้างต่อจากไทป์11แต่ได้เปลี่ยนระบบการป้อนกระสุนมาใช้แบบแม็กกาซีนโค้งจำนวน 30นัด (คล้ายปืนกลเบรนของอังกฤษยังไงชอบกล) โดยไทป์96ยังคงใช้กระสุน 6.5มม.ของปืนยาวอาริซากะไทป์38อยู่ ไทป์96มีศูนย์เล็งทั้งแบบเปิดและแบบกล้องเล็งกำลังขยาย 2.5เท่า โดยศูนย์เล็งแบบเปิดจะอยู่เยื้องไปด้านซ้ายของปืน(เช่นเดียวกับปืนกลที่มีแม็กอยู่ด้านบนรุ่นอื่นๆที่สูนย์เล็งต้องเยื้องไปด้านข้างเพราะแม็กกาซีนบังทำให้ศูนย์เล็งไม่อยู่ตรงๆเหมือนชาวบ้าน หรือพูดง่ายๆก็คือเหมือนปืนกลเบรนอีกนั้นแหละ) ส่วนศูนย์แบบกล้องจะอยู่เยื้องไปด้านขวา (ไม่งั้นก็โดนศูนย์เปิดด้านซ้ายบังดิ) ปืนกลเบาไทป์96ถูกนำมาใช้ครั้งแรกในจีน ช่วยเพิ่มอำนาจการยิงให้กับทหารราบญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก
ปีที่ผลิต 1936
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 550มม.
ความยาวทั้งหมด 107ซม.
น้ำหนัก 9กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 735เมตร/วินาที
อัตรายิง 550นัด/นาที
บรรจุ 30นัด


ไทป์ 99 (Type 99 Light Machine Gun)





http://img211.imageshack.us/i/type99lmg.jpg/
ไทป์ 99ก็คือปืนกลไทป์96นั้นแหละแต่เปลี่ยนไปใช้กระสุน 7.7มม.แทน เนื่องจากกองทัพญี่ปุ่นได้นำปืนไรเฟิลไทป์ 99ที่ใช้กระสุน 7.7มม.เข้ามาใช้ เมื่อกระสุนปืนประจำกายทหารราบเปลี่ยนไป ทำให้ปืนกลเบาก็ต้องเปลี่ยนกระสุนไปด้วย เพื่อง่ายต่อการส่งกำลังบำรุง และสามารถใช้กระสุนแบบเดียวกันได้แก้ปัญหาการขาดแคลนกระสุน ทั้งไทป์96และ99 เป็นปืนกลเบาที่ได้นำส่วนดีของปืนกลเบรน(Bren)ของอังกฤษและปืนกลแซดบี26(ZB 26)ของเช็กมาผสมกัน ปืนกลของญี่ปุ่นสามารถติดดาบปลายปืนได้ด้วย ไทป์99ได้ติดมัซเซิ่ลเบรกที่ปากลำกล้องช่วยลดอาการสะบัดของลำกล้อง ทำให้แม่นยำขึ้นกว่าไทป์96 (มั้งนะ)
ปีที่ผลิต 1939
คาลิเบอร์ 7.7มม.
ความยาวลำกล้อง 550มม.
ความยาวทั้งหมด 119ซม.
น้ำหนัก 11.4กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 670เมตร/วินาที
อัตรายิง 800นัด/นาที(สูงสุด) 250นัด/นาที(ปกติ)
บรรจุ 30นัด

Action VDO

ไทป์ 92 เลวิส(Type 92 Lewis Light Machine Gun)




http://img211.imageshack.us/i/lewis20machine20gun.jpg/

ปืนกลสมัยสงครามโลกครั้งที่1ของอเมริกัน ที่ญี่ปุ่นเล่นก็อปมาใช้ดื้อๆ โดยใช้ทั้งแบบปืนกลเบาทหารราบ และติดตั้งบนเครื่องบินแบบต่างๆ ดังนั้นคุณสมบัติจึงน่าจะเหมือนกัน เพราะหลายๆประเทศทั่วโลกได้ผลิตปืนกลเลวิสใช้กันเอง
คาลิเบอร์ 7.7มม.
ความยาวลำกล้อง 665มม.
ความยาวทั้งหมด 965มม.
น้ำหนัก 12.7กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 746.76เมตร/วินาที
อัตรายิง 550นัด/นาที
บรรจุ 47หรือ 97นัด

Action VDO






ปืนกลหนัก (Heavy Machine Gun)






http://img190.imageshack.us/i/usacburma2.jpg/


ไทป์ 3 (Type 3 Heavy Machine Gun)



http://img211.imageshack.us/i/3hmg.jpg/

ปืนกลชนาดหนักระบายความร้อนด้วยอากาศ(air cooled=แอร์ คูเลอร์)ของญี่ปุ่น ใช้แม็กกาซีนแบบบรรจุด้านข้าง(เหมือนๆกับปืนกลฮอตคิทของฝรั่งเศส) เมื่อติดตั้งขาตั้ง(ดังรูป)จะเป็นอาวุธต่อสู้อากาศยาน
ปีที่ผลิต 1914
คาลิเบอร์ 6.5มม.
ความยาวลำกล้อง 737มม.
ความยาวทั้งหมด 119.8ซม.
น้ำหนัก 55กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 740เมตร/วินาที
อัตรายิง 450นัด/นาที(สูงสุด) 200นัด/นาที(ปกติ)
บรรจุ 30นัด
ระยะยิง 4,000เมตร


ไทป์ 92 (Type 92 Heavy Machine Gun)




http://img190.imageshack.us/i/type92t.jpg/

ไทป์92 เป็นปืนกลหนักที่ประสบความสำเร็จที่สุดของญี่ปุ่น โดยพัฒนาต่อจากไทป์ 3ดังนั้นระบบการป้อนกระสุนของมันก็ยังคงเหมือนปืนกลฮอทคิทของฝรั่งเศส แต่หันมาใช้กระสุน 7.7มม.ที่ให้อำนาจรุนแรงกว่ากระสุน 6.5มม.ของไทป์ 3 ศูนย์เล็งมีทั้งแบบธรรมดาและแบบกล้องเล็งเช่นเดียวกับปืนกลเบา ไทป์96 ไทป์ 92ได้รับฉายาจากทหารฝ่ายพันธมิตรว่า "Woodpecker" หรือนกหัวขวานจากเสียงเวลาของมัน ฟังดุคล้ายกับนกหัวขวานยังไงชอบกล ไทป์ 92สามารถเคลื่อนย้ายได้โดยใช้ทหารประมาณ 3นายช่วยกันแบกไป
ปีที่ผลิต 1932
คาลิเบอร์ 7.7มม.
ความยาวลำกล้อง 721มม.
ความยาวทั้งหมด 115.6ซม.
น้ำหนัก 55.3กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 800เมตร/วินาที
อัตรายิง 450นัด/นาที(สูงสุด) 200นัด/นาที(ปกติ)
บรรจุ 30นัด
ระยะยิง 4,500เมตร


ไทป์ 1 (Type 1 Heavy Machine Gun)




http://img211.imageshack.us/i/300pxjapanesetype1heavy.jpg/

เป็นปืนกลเวอร์ชั่นย่อส่วนจากไทป์ 92 โดยเริ่มผลิตระหว่างสงคราม(ปี1941) ไทป์ 1ได้เปลี่ยนลำกล้องแบบใหม่แทนของไทป์92 ไทป์ 1มีน้ำหนักเบากว่าไทป์ 92ไปหลายกิโล กองทัพญี่ปุ่นใช้ไทป์ 1ในแปซิฟิกไปจนสิ้นสุดสงคราม บางครั้งมันก็ถูกใช้เป็นปืนกลต่อสู้อากาศยาน
ปีที่ผลิต 1941
คาลิเบอร์ 7.7มม.
ความยาวลำกล้อง 589มม.
ความยาวทั้งหมด 107.7มม.
น้ำหนัก 31.8กก.(ตัวปืน) 36.8กก.(รวมขาตั้ง)
อัตรายิง 550นัด/นาที
บรรจุ 30นัด
ระยะยิง 1,400เมตร(หวังผล) 4,100เมตร(สูงสุด)


ไทป์ 93 (Type 93 Heavy Machine Gun)





http://img190.imageshack.us/i/wnjap13mm76mgpic.jpg/

ปืนกลหนักของญี่ปุ่นที่มีคาลิเบอร์ใหญ่ที่สุด ออกแบบมาเพื่อใช้ต่อสู้อากาศยานโดยเฉพาะ ไทป์ 93เป็นปืนกลต่อสู้อากาศยานที่มีอยู่ประจำบนเรือรบญี่ปุ่นทุกลำ โดยมียอดผลิตอยู่ที่ 1,200กระบอกต่อเดือน ไทป์ 93บรรจุด้านแม็กกาซีนด้านบนจำนวน 30นัด
ปีที่เข้าประจำการ 1939
คาลิเบอร์ 13มม.
ความยาวลำกล้อง 39.5นิ้ว(1.003เมตร)
ความยาวทั้งหมด 55.5นิ้ว(1.597เมตร)
น้ำหนัก 42กก.
อัตรายิง 425-475นัด/นาที(สูงสุด) 250นัด/นาที(ปกติ)



http://img211.imageshack.us/i/usapmarianasp166.jpg/


รูปนี้แบบต่อสู้อากาศยาน






ปืนครก(Mortar)





http://img211.imageshack.us/i/usmccpeleliup13.jpg/


ไทป์ 11 (Type 11 70mm infantry mortar)




http://img211.imageshack.us/i/mtr11.jpg/
ปืนครกแบบแรกที่ญี่ปุ่นเป็นผู้ออกแบบและสร้างเอง ที่รูปแบบส่วนใหญ่ยังคงได้มาจากปืนครกในสมัยสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เมื่อญี่ปุ่นทำสงครามในอีกหลายสิบปีให้หลัง ไทป์ 11ก็เริ่มล้าสมัยลงเรื่อยๆ จนถูกแทนที่ด้วยปืนทหารราบแบบ 92(Type 92 Infantry Gun) ในเวลาต่อมา
ปีที่ผลิต 1922
คาลิเบอร์ 70มม.
ความยาวลำกล้อง 0.75เมตร (L10.7)
องศายิง +43 ถึง 73องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 2.5กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 147เมตร/วินาที
น้ำหนัก 63กก.
ระยะยิง 1,550เมตร


ไทป์ 94(Type 94 90mm infantry mortar)




http://img690.imageshack.us/i/mtr94.jpg/

ไทป์94เป็นปืนครกสนับสนุนทหารราบ มันเป็นปืนครกที่เมื่อยิงแล้วต้องทิ้งปลอกกระสุนออกมาด้วยทุกครั้ง(แปลกกว่าชาวบ้าน) ไทป์94ถูกใช้ในสงครามระหว่างจีน-ญี่ปุ่น แต่ก็มีจำนวนน้อยและไม่ค่อยมีชื่อเสียง เป็นเพราะน้ำหนักที่หนักมากๆของมันทำให้ทหารราบไม่ค่อยอยากขนไปด้วย
ปีที่ผลิต 1935
คาลิเบอร์ 90.5มม.
ความยาวลำกล้อง 1.27เมตร
องศายิง +45 ถึง +85องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 20หรือ40กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 227เมตร/วินาที
น้ำหนัก 159กก.
ระยะยิง 3,800เมตร
จำนวนที่ผลิต 450กระบอก


ไทป์ 96(Type96 150mm infantry mortar)





http://img211.imageshack.us/i/971502.jpg/
http://img690.imageshack.us/i/mtr96.jpg/

ปืนครกขนาดหนักที่มีชนาดลำกล้องใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาของญี่ปุ่น ซึ่งมีข้อมูลน้อยมากทราบแต่เพียงว่าถูกใช้งานในจีนและบนเกาะอิโวจิม่า
ปีที่ผลิต 1936
คาลิเบอร์ 150.5มม.
ความยาวลำกล้อง 1.325 เมตร
องศายิง +45 ถึง +85องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 25.65กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 214เมตร/วินาที
น้ำหนัก 722กก.
ระยะยิง 3,900เมตร
จำนวนที่ผลิต 90กระบอก


ไทป์ 97(Type97 81,90,150mm infantry mortar)



http://img211.imageshack.us/i/300pxjapanesetype9781mm.gif/

ปืนครกแบบ97ถูกสร้างออกมา 3รุ่นซึ่งมีความแตกต่างกันอยู่ที่ชนาดลำกล้องของปืนได้แก่ 81มม.,90มม. และ150มม.

ไทป์ 97 ขนาด 81 มม.(Type 97 81mm Infantry Mortar)


http://img690.imageshack.us/i/mtr97.jpg/

เป็นปืนครกรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดของกองทัพญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง ปืนในรุ่นที่ผลิตโดยกองทัพเรือญี่ปุ่นจะถูกเรียกว่าปืนครกแบบ3 (Type3)
ปีที่ผลิต 1937
คาลิเบอร์ 81.4มม.
ความยาวลำกล้อง 1.269เมตร (L15.6)
องศายิง +45 ถึง +85องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 3.33กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 196เมตร/วินาที
น้ำหนัก 67กก.
ระยะยิง 2,850เมตร


ไทป์ 97 ขนาด 90มม.(Type 97 90mm Infantry Mortar)



http://img211.imageshack.us/i/mtr9790.jpg/

พัฒนามาจากปืนครกไทป์94 โดยนำส่วนลดแรงสะท้อนถอยหลัง(recoil mechanism)ของไทป์94ออกไป
ปีที่ผลิต 1937
คาลิเบอร์ 90.5มม.
ความยาวลำกล้อง 1.217เมตร
องศายิง +45 ถึง +85องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 5.26กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 227เมตร/วินาที
น้ำหนัก 172.5กก.
ระยะยิง 3,800เมตร
จำนวนที่ผลิต 600กระบอก


ไทป์ 97 ขนาด 150มม.(Type 97 150mm Infantry Mortar)



http://img211.imageshack.us/i/97150.jpg/

พัฒนามาจากปืนครกไทป์96 โดยนำส่วนลดแรงสะท้อนถอยหลัง(recoil mechanism)ของไทป์94ออกไป ถูกผลิตออกมาสองรุ่นคือ รุ่นลำกล้องสั้น(short barrelled model) และรุ่นลำกล้องยาว(long barrelled model)
ปีที่ผลิต 1941
คาลิเบอร์ 150.5มม.
ความยาวลำกล้อง 1.935เมตร(ลำกล้องยาว),1.395เมตร (ลำกล้องสั้น)
องศายิง +45 ถึง +80องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 23.8กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 212เมตร/วินาที
น้ำหนัก 342กก.(ลำกล้องยาว),232.5กก.(ลำกล้องสั้น)
ระยะยิง 3,850เมตร
จำนวนที่ผลิต 110กระบอก


ไทป์ 99(Type99 81mm infantry mortar)




http://img211.imageshack.us/i/99mhe.jpg/

ปืนครกที่ออกแบบมาสำหรับทหารพลร่มญี่ปุ่น สามารถปล่อยลงจากเครื่องบินด้วยการบรรจุใส่กล่องติดร่ม เมื่อลงถึงพื้นทหารพลร่มจะประกอบกันเอง ซึ่งการถอดแยกและประกอบก็สามารถทำได้โดยง่าย
ปีที่ผลิต 1939
คาลิเบอร์ 81มม.
ความยาวลำกล้อง 0.62มม.
องศายิง +45 ถึง +85องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 3.33กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 82เมตร/วินาที
น้ำหนัก 24.8กก.
ระยะยิง 650เมตร


ไทป์ 2(Type 2 120mm Infantry Mortar)




http://img690.imageshack.us/i/mtr2s.jpg/


เป็นปืนครกที่มีประสิทธิภาพสูงสามารถยิงได้ไกลและมีขนาดลำกล้องกว้าง หรือเรียกง่ายๆก็คือยิงได้ทั้งไกลและแรง แต่ก็มาผลิตเอาช่วงกลางสงครามโลกครั้งที่สองซะแล้ว ทำให้การใช้งานอยู่ในแบบจำกัด
ปีที่ผลิต 1942
คาลิเบอร์ 120มม.
ความยาวลำกล้อง 1.535เมตร
องศายิง +40 ถึง +80องศา
น้ำหนักลูกกระสุน 12.76กก.
ความเร็วปากลำกล้อง 239เมตร/วินาที
น้ำหนัก 260กก.
ระยะยิง 4,200เมตร
จำนวนที่ผลิต 750กระบอก


ไทป์98(Type 98 50mm Mortar)



http://img211.imageshack.us/i/mtr98.jpg/

ไทป์98ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในหน่วยทหารช่าง(engineers) ใช้ยิงทำลายแนวลวดหนาม(barbed wire) โดยสามารถใช้กระสุนได้สองแบบดังรูปด้านล่างคือ แบบระเบิดแรงสูง(spigot bomb)ดังรูปด้านขวา และแบบบังกะโลตอร์ปิโด(bangalore torpedo) ดังรูปด้านซ้าย ไทป์98มีระยะยิงอยู่ระหว่าง 300 ถึง 420เมตรแล้วแต่กระสุนที่เลือกใช้




http://img690.imageshack.us/i/type982.jpg/

ปีที่ผลิต 1938
คาลิเบอร์ 50มม.
ความยาวลำกล้อง 0.65เมตร
องศายิง 40องศา(เป็นแบบตายตัวไม่สามารถปรับลำกล้องขึ้นลงได้)
ความเร็วปากลำกล้อง 147เมตร/วินาที
น้ำหนัก 22.4กก.


เครดิต : http://www.tanarmy.com/index/weapons/ww2wep/gun/japgun.html


แก้ไขล่าสุดโดย siwawuth เมื่อ Fri 27 Nov 2009 - 12:13, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by seijiblaze on Thu 12 Nov 2009 - 18:40

อ๊ากกกกกกก!!!

ปืนทั้งนั้น!!

ขอบพระคุณอ.วุธมาก๊าบบบบบบบบบบ!!!!!!!!!!!!!!!!

สูบโลดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
avatar
seijiblaze
Golden Star
Golden Star

birth : 06/12/1993
Placement : นรก..ครับ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by izeee on Thu 12 Nov 2009 - 21:14

thankหลายจ้า ที่หามาให้ชม
หลายๆอันผมก็เคยอ่านมาจากwikiอังกฤษมาบ้างแล้ว
แต่ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้บ้างเพราะมันเป็นภาษาอังกฤษน่ะ
มีภาษาไทยมาเข้าใจขึ้นอีกพอควรเลย
avatar
izeee
Silver Star
Silver Star

birth : 10/02/1995
Placement : สักที่แหละนะ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Sat 14 Nov 2009 - 18:30

คราวนี้มาลงของไทยบ้าง...

ปืนพระราม 6 (ปืนเสือป่า) หมายเลข 1

ปืนพระราม 6 เป็นอาวุธปืนที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสั่งเข้ามาใช้ในกิจการเสือป่า
ซึ่งเป็นองค์กรที่พระองค์ทรงจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2454 โดยมีพระราชปรารภในการจัด
ตั้งองค์กรนี้ว่า เพื่อจะให้พลเรือนทั้งที่เป็นข้าราชการและไม่ได้เป็นข้าราชการทหารได้มีโอกาสฝึกหัด
ระเบียบวินัย มีการบังคับบัญชาเป็นหมู่เหล่า ทั้งยังฝึกให้จงรักภักดียอมสละชีวิต เพื่อป้องกันภัยอันตราย
ที่จะมีแก่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พระองค์ทรงจัดตั้งองค์กรเสือป่าขึ้นในรูปของกองอาสาสมัคร
โดยใช้ชื่อว่า "กองเสือป่า" ซึ่งนำมาจากชื่อเรียกผู้สอดแนมในการสงครามของไทยที่มีมาแต่โบราณ
ตราเสือป่าจะพบได้ที่โคนดาบปลายปืน และห่วงยึดโครงลูกเลื่อนกับพานท้ายด้านขวา
มีอักษรไทยเขียนว่า "แบบพระราม 6" และ "ปี พ.ศ. 2462"
เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับการศึกษาจากประเทศอังกฤษ โดยทรงสำเร็จ
วิชาทหารจาก โรงเรียนนายร้อยทหารบกแซนด์เฮิสต์ (Sandhurst Royal Military Academy) ต่อมาได้ทรง
ศึกษาหลักสูตรปืนเล็ก และทรงปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นนายทหารสังกัดในกรมทหารราบเบาเดอรัมรักษา
พระองค์ (Durham Light Infantry Regiment)
ก่อนที่จะเสด็จนิวัตประเทศไทย จึงทรงมีความรู้ทางด้าน
การทหารเป็นอย่างดี จนนำมาสู่การจัดตั้งองค์กรเสือป่าขึ้นซึ่งเป็นกองกำลังฝ่ายพลเรือน

องค์กรเสือป่าที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งขึ้นนี้มีสมาชิกรุ่นแรก 141 คน ซึ่งได้เข้า
พิธีถือน้ำสาบานตนที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2454 โดย เสด็จพระราชดำเนิน
ทรงเป็นประธานในการประกอบพิธีและทรง ดำรงตำแหน่งผู้บังคับการเสือป่าด้วยสมาชิกของเสือป่า ในระยะ
แรกเป็นข้าราชการพลเรือนต่อมาจึงให้ทหารเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญได้โดยที่ไม่ต้องมาฝึกหัดประจำ เพราะถือ
ว่าได้รับการฝึกหัดเป็นปรกติจากทางทหารแล้ว องค์กรเสือป่าได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนกระทั่งมี
จำนวนถึง 10,000 คน ใน พ.ศ. 2467 และขยายไปตามมณฑลทั่วราชอาณาจักรมิใช่เฉพาะในกรุงเทพฯ เท่านั้น

ตลอดระยะเวลา 15 ปี แห่งการครองราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอุทิศพระองค
์ให้กับกิจการเสือป่ามาโดยตลอด ทรงทุ่มเททั้งกำลังพระวรกายกำลังพระสติปัญญาและพระราชทรัพย์ให้กับ
เสือป่าอย่างเต็มที่

แม้ว่าพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตแล้ว กิจการของเสือป่าก็ยังอยู่จนถึงปัจจุบันไม่ได้
ยกเลิก แต่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นกรมการรักษาดินแดน ซึ่งกระทรวงกลาโหมได้รับพระราชกิจพระบาทสมเด็จพระ
มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวต่อมาใน พ.ศ. 2505 กรมการรักษาดินแดนจึงได้สร้างพระบรมราชานุสรณ์ขึ้นในสวนเจ้าเชต
บนห่วงยึดโครงลูกเลื่อนกับพานท้ายด้านซ้ายเป็นชื่อของโรงงานที่สร้างปืน
B.S.A.Co. (BIRMINGHAM SMALL ARMS COMPANY )
ปืนพระราม 6 จัดแยกอยู่ในคลังเก็บอาวุธของกองเสือป่าต่างๆดังนี้
ปืนพระราม 6 อยู่ในคลังเก็บอาวุธสวนจิตรลดา 5,945 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนากรุงเทพ ฯ 500 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาตะวันตก 500 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาปักษ์ใต้ 700 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาภูเก็ต 300 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาอยุธยา 100 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาตะวันออก 460 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาอาคเนย์ 500 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาอุบล 300 กระบอก
ปืนพระราม 6 อยู่ที่กองเสนาอิสลาม 250 กระบอก
รวมปืนพระราม 6 10,000 กระบอก

อย่างไรก็ดีกองเสือป่ามิได้ใช้ปืนชนิดนี้ตั้งแต่แรกเพราะได้มีการสั่งซื้อปืนพระราม 6 ในปี พ.ศ.2463 ( ค.ศ.
1920 ) หรือหลังจากตั้งกองเสือป่าแล้วถึง 9 ปี ซึ่งไม่เป็นที่แน่ชัดว่าก่อนหน้านี้ใช้ปืนชนิดอะไรในการซ้อมรบ
ขณะนั้นบริษัท บีเอสเอ (BSA - Birmingham Small Arms Co.) เป็นเพียงบริษัทเดียวที่ผลิตปืนลีเอนฟิล์ด
ทั้งนี้เพราะในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เป็นช่วงแห่งสันติภาพทุกชาติเข็ดต่อการสูญเสียในสงคราม
มีการลดอาวุธปิดโรงงานผลิตปืนต่างๆลงเป็นอันมาก และเป็นเช่นนี้จนถึงต้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้
อังกฤษไม่ค่อยพร้อมรบนักในเวลาต่อมา
แผ่นทองเหลืองสันปืน (Buttplate) และจานบ่งหน่วยรบแกะลวดลาย
สวยงามเช่นกัน

ความในโทรเลขถึงโรงงาน บีเอสเอ ในการสั่งซื้อปืนพระราม 6 พอจะสรุปได้ดังนี้
วันที่ 12 ม.ค. 2463
ได้รับคำสั่งซื้อจากสยาม ปืนลีเอ็นฟิล์ดสั้น (SMLE) พร้อมดาบปลายปืนและสายสะพาย ในราคา 76,625
ปอนด์ และกระทรวงการต่างประเทศ( อังกฤษ ) ไม่ขัดข้อง

วันที่ 12 ก.พ. 2463
บริษัทได้ใบอนุญาติส่งออก และขอให้ผู้ซื้อทำการส่งชำระเงินงวดแรก 1/3 ของราคา ส่วนที่เหลือชำระเมื่อ
ส่งมอบปืนครบแล้ว

วันที่ 11 มิ.ย. 2463
พระองค์เจ้าอาภากร ได้มาเยี่ยมชมการผลิต และตรวจปืนรุ่นแรกที่จะส่งทางเรือ ( ปืนหมายเลข1 ได้ถูก
มอบให้พร้อมกันนี้ )

วันที่ 10 ธ.ค. 2463
บริษัทส่งมอบครบทั้ง 10,000 กระบอกและขอเจรจาเพื่อเสนอขายเพิ่ม

ปืนพระราม 6 หมายเลข 1 กระบอกที่เสนอต่อผู้อ่านนี้ เป็นปืนประเภท Presentation Model คือแกะลวด
ลายสวยงามมอบให้แก่บุคคลสำคัญหรือพิธีการสำคัญต่างๆ พบว่าบนตัวปืนแกะ ลายดอกไม้ (Floral Pattern)
สวยงามตั้งแต่แม็กกาซีน โครงปืน แผ่นเหล็กบังศูนย์หน้า เหล็กรองพานท้าย รวมไปถึงน๊อตทุกตัว จากที่พบ
ในสภาพคลุกฝุ่นอยู่ใต้ถุนพระราชวังเพียงนำมาเช็ดถูเท่านั้นความงามก็ปรากฏแก่สายตา
หมายเลขไทย "๑" ถูกล้อมโดยลายดอกไม้ข้างรังเพลิง และข้างของโคน
ลำกล้อง มีตรายี่ห้อ BSA (เครื่องหมายปืน 3 กระบอกพาดกัน) อยู่ด้าน
บนรังเพลิง
ปัจจุบันเชิญท่านชมได้ที่พิพิธภัณฑ์อาวุธใต้พระที่นั่งจักรี ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่
สำหรับเชิดหน้าชูตาแก่คนไทยและต่างประเทศ ที่แวะมาชมวัดพระแก้ว ปืนส่วนใหญ่เป็นของส่วนพระองค์
ของพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์หรือใช้ในหน่วยทหารรักษาวัง ซึ่งรวมไปถึงอาวุธมีคมทั้งหลายและปืนคาบศิลา
เป็นต้น จำไว้ว่าที่นี่เปิดให้ชมในวันและเวลาราชการเท่านั้น
ปืนพระราม 6 หมายเลข 1 มีการแกะลายเช็คเกอร์อย่างประณีต รวมทั้งที่กระโจมมือและด้ามของ
ดาบปลายปืน ที่ซองและที่โคนของดาบปลายปืนมีหน้าเสือเป็นสัญลักษณ์
ส่วนปากกระบอกของปืน ส่วนยื่นต่อจากลำกล้องและใต้ลำกล้องเป็นที่เสียบดาบปลายปืน และ
มีแผ่นเหล็ก 2 แผ่นซ้ายขวา (EARE) เป็นที่ป้องกันศูนย์หน้ามิให้ชำรุดก็แกะลวดลายสวยงามเช่นกัน
ดาบปลายปืน ลีเอ็นฟิล์ด SMLE เรียกว่า ดาบรุ่น 1907 เป็นดาบยาวตามสมัยนิยมยุคสงคราม
โลกครั้งแรกซึ่งแข่งกันในเรื่องความยาวเพื่อจะได้แทงถึงก่อนข้าศึก ต่างจากปืนรุ่น No4. Mk1
ซึ่งเป็นแบบสั้นเรียวเหมือนหลาว
ความเป็นมาของปืน ลีเอ็นฟิล์ด
กล่าวโดยย่อ กองทัพอังกฤษได้เริ่มสรรหาปืนระบบลูกเลื่อนเพื่อใช้แทนปืน มาตินี่ เฮนรี่ (Martini Henry)
แบบบรรจุเดี่ยวซึ่งล้าสมัยในปี ค.ศ. 1880 โดยได้นำปืนระบบลูกเลื่อนที่ นาย เจมส์ พารีช ลี (James P.
Lee) ชาวอเมริกันออกแบบไว้แรกตั้งใจจะใช้กระสุนดินดำขนาดใหญ่ พอดีฝรั่งเศสนำปืนเลเบล (Lebel)
ใช้กระสุนไร้ควันเข้าประจำการ จึงหันมาใช้ดินแบบใหม่กับกระสุนขนาดเล็กได้แก่กระสุนขนาด .303 British
พร้อมกับลำกล้องแบบเมทฟอร์ดในปี ค.ศ. 1888 จึงเรียกว่าปืน ลีเมทฟอร์ด (Lee Metford) มีความยาว
49.5 นิ้ว จุกระสุนได้ถึง 8 นัด จัดเป็นปืนลูกเลื่อนที่มีความคล่องตัวสูง และต่างกับปืนลูกเลื่อนเมาเซอร์ต
รงที่ขึ้นลำในจังหวะผลักลูกเลื่อนเข้าหารังเพลิง ( cock on closing ) ที่ต้องกล่าวถึงปืน ลีเมทฟอร์ด เพราะ
เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวโดยตรง ในระหว่างที่ทรงประจำการในหน่วยทหารราบเบา
รักษาพระองค์เดอรัม ได้ทรงโปรดการยิงปืนมาก และโปรดพระราชทานถ้วยรางวัลลายไทย ไว้กับหน่วยนี้ซึ่ง
วางโชว์ไว้ที่หน่วยจนกระทั่งภายหลังได้สูญหายไปอย่างน่าเสียดาย ขณะเดียวกันก็ทรงไปเข้าโรงเรียนฝึกแม่น
ปืนที่ ไฮท์ (Musketry School at Hythe) ทรงพระแสงปืน ลีเมทฟอร์ด มาร์ค 2 ขนาด .303 ได้อย่างเชี่ยว
ชาญจนได้รับประกาศนียบัตรแห่งความแม่นปืน
<table border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=205 NOF="LY"><tr vAlign=top align=left><td height=9 width=24></TD>
<td></TD></TR>
<tr vAlign=top align=left><td height=289></TD>
<td width=181></TD></TR></TABLE>
<table border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=356 NOF="LY"><tr vAlign=top align=left><td height=233 width=19></TD>
<td width=337></TD></TR>
<tr vAlign=top align=left><td></TD>
<td class=TextObject width=337>พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์
ในเครื่องของหน่วยทหารราบเบารักษาพระองค์เดอรัม
</TD></TR></TABLE>
ปืนลีเมทฟอร์ด มาร์ค 2 (Lee Metford Mk. 2) .303 British แบบนี้ใช้แม็กกาซีน 10 นัด
ต่อมากองทัพอังกฤษได้มีแนวคิดทำปืนมาตราฐานใช้ได้ทั้งหน่วยราบ ปืนใหญ่ และยานเกราะให้กระทัดรัด
มีความยาวเท่ากันหมด จึงลดความยาวของปืนเดิมลง 5 นิ้ว น้ำหนักเบาขึ้น 0.9 ปอนด์ ใช้ลำกล้องใหม่ตาม
แบบที่โรงงานสรรพวุธทหารที่เอ็นฟิล์ด (Enfield Lock) ดัดแปลง จึงเรียกย่อๆว่า SMLE หรือ Short Magazine
Lee Enfield No.1 Mk. 3


ปืนพระราม 6 ทั้งหมดเป็นปืนรุ่น SMLE ที่ดัดแปลงให้มีชิ้นส่วนน้อยลงและง่ายประหยัดในการผลิตช่วง
สงคราม ซึ่งสัญลักษณ์ของกองทัพอังกฤษจะ ใช้ดาว (*) ต่อท้าย ทราบโดยทั่วไปว่า SMLE No.1 Mk 3*(Star)
ข้อสังเกตอีกอย่างคือ ปืนพระราม 6 ต่างจากปืนที่ผลิตก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ตรงที่ไม่มีอุปกรณ์ 2 ชนิด
ชนิดแรก คือ ศูนย์พิเศษสำหรับยิงวอลเล่ย์ระยะไกล ลักษณะเป็นจานมีก้านศูนย์หมุนลงได้อยู่บนด้านหน้า
ซ้ายของศูนย์หน้า ศูนย์วอลเล่ย์นี้เหมาะกับการรบกับทหารม้า หรือชาวพื้นเมืองในสมัยล่าอาณานิคมที่มักจะ
วิ่งประจันหน้ามาเป็นแถวหน้ากระดานทีละพันๆคน อุปกรณ์ชนิดที่ 2 คือลิ้นกั้นกระสุนในแม็กกาซีนไม่ให้สปริง
ดันกระสุนป้อนเข้ารังเพลิง ทำให้ทหารราบยิงแล้วบรรจุด้วยมือทีละนัดสำหรับยิงแบบวอลเล่ย์ดังกล่าว ต่อเมื่อ
ข้าศึกบุกมาถึงแนวรับจึงจะระดมยิงด้วยกระสุนในแม็กกาซีนทั้ง 10 นัด
<table border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=204 NOF="LY"><tr vAlign=top align=left><td height=12 width=49></TD>
<td></TD></TR>
<tr vAlign=top align=left><td height=355></TD>
<td width=155></TD></TR></TABLE>
<table border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=395 NOF="LY"><tr vAlign=top align=left><td height=258 width=20></TD>
<td width=375></TD></TR>
<tr vAlign=top align=left><td></TD>
<td class=TextObject width=375>พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงฉลองพระองค์ในเครื่อง
ของนักเรียนโรงเรียนนายร้อยทหารที่เมืองวูลิช ประเทศอังกฤษ
เป็นพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์จักรีอีกพระองค์หนึ่งที่ทรงคุ้นเคย
กับปืน ลีเอ็นฟิล์ดดังในภาพนี้
</TD></TR></TABLE>
ศูนย์พิเศษสำหรับยิงวอลเล่ย์ระยะไกล เวลาใช้หมุนก้านลงตามมาตรระยะที่ต้องการ
เมื่อประทับมองจาก ศูนย์หลังปากลำกล้องจะเป็นมุมเงยเพื่อยิงให้วิถีโค้งหาทหารม้า
หรือชาวพื้นเมืองในสมัยล่าอาณานิคมที่มักจะวิ่งประจันหน้ามาเป็นแถวหน้ากระดาน

ทีละพันๆคน
ลิ้นกั้นกระสุนในแม็กกาซีนไม่ให้สปริงดันป้อนกระสุนในตำแหน่งปิด ทำให้บรรจุด้วยมือ
ทีละนัดสำหรับยิงแบบวอลเล่ย์ดังกล่าว เมื่อข้าศึกมาถึงแนวรับจึงจะระดมยิงด้วยกระสุน
ในแม็กกาซีนทั้ง 10 นัด
ทั้งหมดนี้คือความเป็นมาของปืนพระราม 6 จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ปืน ลีเอ็นฟิล์ด แบบ SMLE No.1 Mk.3
เพียง 10,000 กระบอก ที่มีตราเสือป่า ผลิตให้แก่ประเทศในเอเชียที่ไม่เคยเสียเอกราชให้ชาติตะวันตกใด
จะกลายเป็นของสะสมที่หายากถ้าจะเปรียบกับ ปืนชนิดเดียวกันนี้ที่ผลิตขึ้นหลายล้านกระบอก ปืนพระราม 6
จึงรู้จักในต่างประเทศว่า ปืน Wild Tiger เพราะทางราชการได้ขายทอดตลาดไปเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน
และไม่ต้องสงสัยว่า ปืนพระราม 6 หมายเลข 1 กระบอกนี้จะเป็นสมบัติของชาติอันน่าหวงแหนเพียงใด



เครดิต : http://www.thailandoutdoor.com/GunStory/Rama6/rama6.html


Short Magazine Lee-Enfield Mk III (SMLE Mk III, aka Rifle, No. 1 Mk III) ,ปลย.66,ปืนพระราม6,ปืนเสือป่า

ประเภท : โบลทต์-แอคชั่น ไรเฟิล (ไรเฟิลขึ้นลำกระสุน)
ต้นแบบจาก : อังกฤษ
เข้าประจำการ : 1895-1926 (MLE)
1907–ปัจจุบัน (SMLE)
ใช้โดย : หลายประเทศ ทั่วโลก
เข้าสงคราม : Second Boer War
First World War
Second World War
Various Colonial conflicts
Irish War of Independence
Malayan Emergency
Korean War
Nepalese Civil War
และตามความขัดแย้งทั่วไป

ผู้ออกแบบ : James Paris Lee, RSAF Enfield
ผลิตในปี : 1895-1907 (MLE)
1907– (SMLE)
จำนวนการผลิต : มากกว่า 17,000,000 กระบอก
รุ่นพัฒนา : Short, Magazine Lee Enfield Mk. I, Mk. I*, Mk.III, Mk. III*, Rifle No. 4 Mk. 1, Mk. 1* (ผลิตโดย Savage and Long Branch), Mk. 1(T)Sniper Rifle, Mk. 2, Rifle No 5 Mk. 1 (Jungle Carbine)

น้ำหนัก : ~4 kg (8.8 lb) แล้วแต่ไม้ที่ใช้ทำ
ความยาว : 1,130 mm (44.5 นิ้ว)
ความยาวกระบอกปืน : 635 mm (25 นิ้ว)

กระสุน : .303 Mk VII SAA Ball
ระบบ : โบลทต์-แอคชั่น (ขึ้นลำกระสุน)
ความเร็วปากกระบอกปืน : 744 m/s (2,441 ft/s)
ระยะหวังผล : 550 หลา (503 m)
ระยะยิงไกลที่สุด : 2,000 หลา (1,829 m)
ระบบป้อนกระสุน : 10 นัด ด้วยแม็กกาซีน,5 นัด ด้วยตับกระสุน
ศูนย์เล็ง : ศูนย์หลังปรับระดับได้,ศูนย์หน้าคงที่,สามารถใช้เป็นศูนย์เพื่อยิงสนับสนุนหรือซุ่มยิงได้ตามความต้องการ

Action VDO


(ความเห็น : ปืนนี้มีใช้มานานมาก ตั้งแต่สมัย ร.6 ใช้ในกองลูกเสือ จนถึง WWI และ WWII)

(ขอบ่นนิดนึง ตอนผมพิมพ์เสร็จ เน็ตเจ้ากรรมดันตัดตอนโพส พอBack ข้อมูลที่พิมพ์หายหมดเลย ก็อปก็ไม่ทัน มันน่าฆ่าจริงๆ พับผ่าสิ!!!)


แก้ไขล่าสุดโดย siwawuth เมื่อ Fri 27 Nov 2009 - 14:08, ทั้งหมด 2 ครั้ง
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by By~ne on Sat 14 Nov 2009 - 19:08

โห สาระปืนเต็มกระทู้นี้ไปหมดเลยครับพี่วุธ

ขอบคุณมากๆสำหรับความรู้ในเรื่องปืนนะครับ

ชอบมากๆเลยพวกอาวุธสงครามสมัยสงครามโลก

ผมเองก็อยากรู้พาหนะในการรบทั้ง เรือ รถถัง เครื่องบิน บ้างจังน้า

ท้งสมัยสงครามโลกยันปัจจุบันเลย haha
avatar
By~ne
InW
InW

birth : 02/05/1995
Placement : ในสภาสูง

http://by-neowo.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by pattanakorm on Sat 14 Nov 2009 - 21:20

มีสาระ ครับ ให้อีก 1+
ขอบคุณมากที่มาให้ความรู้เรื่องปืน ครับ
เพราะผมไม่รู้เรื่องด้านนี่ เลย
ไง ๆ เรียน รด. ก็ต้องศึกษากันบ้างเเล้ว
avatar
pattanakorm
Shooting Star
Shooting Star

birth : 16/06/1993
Placement : ที่ ที่มี เพื่อน ๆ ทุกคน

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by izeee on Sat 14 Nov 2009 - 21:41

สาระมากมาย
ขอบคุณครับ
ถ้าท่านว่างๆช่วยหาข้อมูลปืนยุโรปให้ก็ดีนะครับ

ปล.เพราะปกติผมอ่านจากen.wikipedia แต่หลังๆชักขี้เกียจแปลแล้ว
avatar
izeee
Silver Star
Silver Star

birth : 10/02/1995
Placement : สักที่แหละนะ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by ChawSpinNer on Tue 17 Nov 2009 - 19:34

0.0 ปืน
avatar
ChawSpinNer
Silver Star
Silver Star

Placement : หน้าจอคอม

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by siwawuth on Fri 27 Nov 2009 - 13:53

ยังไม่พ้นเอเชียซะทีเดียว กองทัพแดงของเรานั่นเอง




http://img230.imageshack.us/i/ppsh411.jpg/
http://img526.imageshack.us/i/ppsh412m.jpg/

PPSh-41 (Pistolet-Pulemyot Shpagina; รัสเซีย: Пистолет-пулемёт Шпагина; "ปืนกลรุ่นพกพาแบบ Shpagin") ปืนกลมือชนิดนี้เป็นหนึ่งในอาวุธที่ผลิตออกมามากที่สุดประเภทหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่2. ถูกออกแบบโดย Georgi Shpagin สร้างขึ้นมาเพื่อทดแทนปืนกลมือPPD-40. PPSh ใช้ระบบ blowback พื้นฐาน มีแม็กกซีน หรือ แม็กกาซีนกลม และ ใช้กระสุนขนาด7.62x25mm. ทำด้วยโลหะ stampings เพื่อให้ง่ายต่อการผลิต และ โครเมียมแถบสีเหลืองและรูระบายความร้อนที่ลำกล้องปืน ช่วยให้ลดความร้อนของปืน ทำให้ยิงได้มากขึ้นและไม่ต้องดูแลรักษามันมากนัก

ประเภท - ปืนกลมือ
ผู้ผลิต - สหภาพโซเวียต

ใช้ในปี - 1941–ปัจจุบัน
ใช้โดย - เหล่าประเทศคอมมิวนิสต์ทั้งหลาย
ใช้ในสงคราม - World War II, Korean War, Chinese Civil War, Vietnam War,Cambodian Civil War, various conflicts in Asia and Africa

ออกแบบโดย - Georgi Shpagin
ผู้ผลิต - Fémáru Fegyver és Gépgyár (Licensed)
ผลิตในปี - 1941
จำนวนที่ผลิต - ประมาณ 6 ล้าน กระบอก
รุ่นพัฒนา - Type 50
- K-50M
- ในปี 2008 ประเทศเยอรมัน ได้ดัดแปลง PPSH-41 ให้สามารถใช้กระสุน 9 mm. และใช้แม็กกาซีนของ MP-40 ได้

น้ำหนัก - 3.63 kg (8 lb)(แบบถอดแม็กกาซีน)
ความยาว - 843 mm (33.2 in)
ความยาวลำกล้อง - 269 mm (10.6 in)

กระสุนขนาด - 7.62x25mm Tokarev
ระบบ - Blowback, open bolt
การลั่นกระสุน 900 rounds/min
ความเร็วปากกระบอกปืน - 488 m/s (1,600.6 ft/s)
ระยะหวังผล - 200–300 m
ระยะไกลที่สุด - ~500 m
การป้อนกระสุน ซองกระสุน 35 นัด , กล่องกระสุนกลม 71 นัด
ศูนย์เล็ง - ทำด้วยเหล็ก

ซองกระสุน 35 นัด


http://img248.imageshack.us/i/ppsh4135rdmagazinebig.jpg/

กล่องกระสุนกลม 71 นัด

http://img248.imageshack.us/i/ppsh4171rddrummagazineb.jpg/

คลิปวีดีโอ


(ความเห็น - ปืนนี้ผมชอบใช้ในเกม และปืนนี้ ถ้าดูดีๆ ในสงครามเวียตนามจะเห็นมีอยู่ใช้ได้เลย)

(ความเห็น2 - ลั่นกระสุนเร็วโคตรๆ 900 นัด/นาที!!!!! แต่ระยะหวังผลแค่ 200-300 ม. สมควรล่ะ...)


แก้ไขล่าสุดโดย siwawuth เมื่อ Thu 14 Jan 2010 - 17:26, ทั้งหมด 1 ครั้ง
avatar
siwawuth
Lucky Star
Lucky Star

birth : 08/12/1942
Placement : ร้านกาแฟ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by Red_Romanov on Fri 27 Nov 2009 - 14:49

มาแว้ว ปืนรัสเซีย
Пистолет-пулемёт Шпагина พออ่านได้ว่า Pistolet-pulemeht Shpagina
avatar
Red_Romanov
Golden Star
Golden Star

birth : 12/05/1989
Placement : ศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ...

http://red-romanov.deviantart.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by izeee on Fri 27 Nov 2009 - 19:52

ปืนรุสเซียมาแล้วหรอเนี่ย ของรุสเซียยังมีอีกหลายนี่นะ
ทั้งMosin-Nagant , SVT-40 , PPS .... มากมาย
PPSh-41 มันลั่้นกระสุนเร็วจริงๆแหละนะ เร็วกว่าM60อีก พอๆกับM249และM240เลย
แต่มันดันมีระยะแค่200-300เมตรซะนี่ มันเหมาะกับลุยกันในระยะใกล้นี่นะ
avatar
izeee
Silver Star
Silver Star

birth : 10/02/1995
Placement : สักที่แหละนะ

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by ChawSpinNer on Fri 27 Nov 2009 - 23:57

บีบีกันมันน่าจะทำเลียบแบบปืนยุคเก่าๆ มั้ง น่ะนั้น

รับรอง พวกชอบสะสม ซื้อเกลียงเลย
avatar
ChawSpinNer
Silver Star
Silver Star

Placement : หน้าจอคอม

ขึ้นไปข้างบน Go down

Re: ข้อมูลปืนของทั่วโลก ในสมัย สงครามโลกครั้งที่2(เป็นวิทยาทาน[25/1/53])

ตั้งหัวข้อ by prim_15505 on Sat 28 Nov 2009 - 0:00

โอ้ววว...ทั่นวุธสุดยอดดดด...

ป.ล.รีเควสขอรายละเอียดปืนพกหน่อยก๊าบบ...ขอบคุณคับ
avatar
prim_15505
InW
InW

birth : 19/05/1991
Placement : บ้านปริศนาใกล้ๆต้นไม้โลก

http://prim15505.exteen.com/

ขึ้นไปข้างบน Go down

หน้า 1 จาก 2 1, 2  Next

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน


 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ